Welcome to MNYTECHNIC & SUPPLY.

ที่อยู่ 300/15 หมู่ 7 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี 20160 โทร : 062-429-2592

Categories
Uncategorized

การล้างแอร์บ้าน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ แม้จ้างช่างมาก็ตาม

การล้างแอร์บ้าน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

การล้างแอร์เป็นสิ่งที่ทุกบ้านจำเป็นต้องทำ นอกจากจะเพื่อให้แอร์สะอาด ไม่มีสิ่งอุดตันแล้ว ยังทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานขึ้นอีกด้วย แต่คำถามก็คือ ต้องล้างแอร์แบบไหนถึงจะดีล่ะ?

หลายคนอาจจะคิดว่าการล้างแอร์นั้นจำเป็นต้องจ้างช่างมาทำให้ทุกครั้ง ซึ่งจริงๆแล้วการล้างแอร์นั้นสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงยังมีบางวิธีที่เราสามารถทำเองได้อีกด้วย แต่ระดับความสะอาดและระยะเวลาก็จะต่างกันออกไป

istock-1709499829

การล้างแอร์แบ่งออกเป็นหลายวิธี ซึ่งวิธีทั่วไปที่ช่างนิยมทำกันก็คือ การล้างด้วยน้ำแรงดันสูง เป็นการใช้ปั้มน้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาดตัวคอยล์เย็นด้านใน เพื่อเป็นการกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามช่องระบายลมและแผงรังผึ้งแอร์ รวมถึงการล้างฟิลเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแอร์ที่สามารถถอดออกมาล้างได้ และทำการเป่าหรือทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นก็ทำการล้างทำความสะอาดคอนเดนเซอร์ตัวนอกที่อาจจะมีฝุ่นจับอยู่ตามใบพัด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้แอร์สะอาดหมดจด และไม่มีเสียงดังรบกวนอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้แนะนำให้ทำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง

แต่ทั้งนี้เราสามารถดูได้จากการทำงานของแอร์ว่าติดขัดหรือมีฝุ่นเกาะมากน้อยแค่ไหนก็ได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้งานและสถานที่ติดตั้งแอร์ของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน หากแอร์เรามีฝุ่นเกาะจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด และปล่อยความเย็นได้น้อยลง เราก็อาจจะต้องจ้างช่างมาล้างแอร์ให้เร็วขึ้นก็เป็นได้

หากรู้สึกไม่อยากจ้างช่างมาล้างแอร์บ่อย ๆ ทุกครั้งที่แอร์ไม่เย็น แล้วเราสามารถล้างแอร์เองได้หรือไม่นั้น คำตอบคือได้ครับ 

 
Advertisement

การถอดฟิลเตอร์ / แผ่นกรองฝุ่นออกมาทำความสะอาด

เราสามารถที่จะถอดฟิลเตอร์แอร์ หรือแผ่นกรองฝุ่นออกมาทำการล้างทำความสะอาด ตากไว้ให้แห้ง แล้วนำกลับมาติดใหม่ได้ การทำแบบนั้นจะทำให้ฝุ่นที่เกาะขวางทางเดินของลมหลุดออกไป แอร์ก็จะสามารถปล่อยความเย็นออกมาได้อย่างเต็มที่

การใช้สเปรย์ล้างคอยล์เย็น

หรืออีกวิธีหนึ่งคือการซื้อสเปรย์ล้างคอยล์เย็นที่เป็นโฟมมาฉีดพ่นให้ทั่ว และพรมน้ำสะอาดตามจนกว่าฟองซึมเข้าไปข้างในได้หมด แอร์ของเราก็จะสะอาดเข้าไปถือข้างในและปล่อยลมออกมาได้เย็นขึ้น 

การถอดอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ถอดได้มาล้าง

แต่ทั้งสองวิธีข้างต้นเป็นเพียงการทำความสะอาดแอร์ที่ได้ผลแค่ชั่วคราว เพื่อยืดระยะเวลาในการล้างแอร์ออกไปเท่านั้น เพราะถึงแม้จะมีวิธีที่สามารถถอดอุปกรณ์ต่างๆของแอร์ออกมาล้างทำความสะอาดด้วยตัวเองได้ แต่วิธีนี้ก็จำเป็นต้องมีความชำนาญและความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของแอร์พอสมควร มิเช่นนั้นอาจจะทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างเสียหายได้เช่นกัน

istock-1707455614

สรุปก็คือ เราสามารถทำความสะอาดแอร์ด้วยตัวเองได้ แต่ระยะเวลาและระดับของความสะอาดจากการทำแต่ละวิธีจะไม่เท่ากับการล้างแอร์ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูงที่จะเป็นการล้างแอร์แบบทั่วถึงทุกซอกทุกมุม จึงทำให้แอร์มีประสิทธิภาพที่ดียาวนานขึ้น และเราจะไม่ต้องหายใจเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจลอยมากับลมแอร์เข้าสู่ร่างกายอีกด้วย

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1589935/

Categories
Uncategorized

7 วิธีเปิดแอร์ในหน้าร้อน ให้ค่าไฟไม่พุ่งสูง

7 วิธีเปิดแอร์ในหน้าร้อน ให้ค่าไฟไม่พุ่งสูง

บ้านเราบทจะร้อน ก็ร้อนมากเลยนะคะ หน้าร้อนนี้หลาย ๆ บ้านก็คงเปิดเครื่องปรับอากาศกันแทบตลอดทั้งวัน ให้อากาศในบ้านเย็นได้บ้าง เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้รู้สึกไม่สบายตัว

ยิ่งบ้านไหนมีลูกเล็กก็ถึงกับงอแงได้เลย และเพื่อประหยัดไฟ ให้ค่าไฟในช่วงหน้าร้อนไม่พุ่งกระฉูดกันมาก เราเลยมีคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยประหยัดพลังงานในหน้าร้อน และประหยัดเงินในกระเป๋ากันมาบอกต่อค่ะ ลองทำตามกันได้เลย

1. เพิ่มอุณหภูมิแอร์ตอนกลางคืน

ตอนกลางคืนไม่มีแดด อุณหภูมิจะเย็นสบายกว่าในช่วงกลางวันหน่อย เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ให้ปรับอุณหภูมิของแอร์ขึ้นไปสัก 1 องศา (จาก 25 องศา เป็น 26 องศา) ในช่วงที่นอนหลับ ก็จะช่วยให้ประหยัดค่าไฟในเดือนนั้นสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์

4790 2

2. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท

ก่อนเปิดแอร์ทุกครั้ง ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพราะหากปล่อยให้อากาศภายนอกไหลเข้ามา ก็อาจทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น แถมยังเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานอีกด้วย

3. ใช้วิธีเปิดพัดลมร่วมกับการเปิดแอร์

เพื่อให้ความเย็นกระจายไปทั่วห้อง คือการเปิดพัดลมช่วยในระหว่างเปิดแอร์ ซึ่งจะทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และยังสามารถปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นไปที่ 26 องศาเซลเซียสได้ ช่วยลดค่าไฟลงไปได้เท่าตัวเลย

4. หลีกเลี่ยงการนำความชื้นเข้าห้อง

ปกติแล้วแอร์จะใช้พลังงานในการทำความเย็นอยู่ที่ 30% ส่วนอีก 70% เป็นพลังงานที่ใช้กำจัดความชื้น ทำให้สภาพอากาศภายในห้องแห้ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของที่ก่อให้เกิดความชื้นเข้ามาในห้อง เช่น ต้นไม้หรือการตากผ้า เป็นต้น เพราะแอร์จะทำงานหนักมาก

4790 3

5. ควบคุมการใช้ชั่วโมงแอร์ให้เหมาะสม

หันมาควบคุมชั่วโมงแอร์ในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะการปิดแอร์ที่เราสามารถตั้งเวลาเอาไว้ได้ให้ปิดในตอนตี 5 ในระหว่างนอนก็เปิดพัดลมเอาไว้ด้วย จะช่วยให้อากาศในห้องเย็นสบายจนตื่นเช้าได้พอดี

6. ปิดไฟในห้องแล้วรับแสงจากหน้าต่างแทน

ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ จะความร้อนออกมา ส่งผลให้ห้องในหน้าร้อน มีอากาศร้อนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในระหว่างวันที่เปิดแอร์ให้ปิดหลอดไฟฟ้า และใช้แสงสว่างจากนอกหน้าต่างเข้ามาแทน จะช่วยลดอุณหภูมิในบ้านให้เย็นลง

7. ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการใช้งานแอร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนควรทำความสะอาดแอร์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเสื่อมสภาพการใช้งาน ทำให้แอร์เย็นฉ่ำได้มากขึ้น ที่สำคัญแอร์เย็นแต่ไม่ทำงานหนัก ประหยัดค่าไฟไปได้อีก



ขอบคุณข้อมูลจาก : Seekster

Cr. https://www.rakluke.com/family-lifestyle-all/news-update/item/7-3.html

Categories
Uncategorized

ทำไมต้องเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5 ถ้างบน้อยซื้อแค่เบอร์4 ได้ไหม?

ทำไมต้องเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5 ถ้างบน้อยซื้อแค่เบอร์4 ได้ไหม?

ตอบว่าควรซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 แม้จะมีเงินน้อยก็ตาม เพราะเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ถึงแม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 จะมีราคาสูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4 เล็กน้อย แต่ก็สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว

โดยเฉลี่ยแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 5-10 เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4

istock-1329491486

ตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 4 มีราคาประมาณ 20,000 บาท ในขณะที่เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มีราคาประมาณ 22,000 บาท แต่สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 100 บาทต่อปี หากใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน หมายความว่าเครื่องปรับอากาศประหยัดไฟเบอร์ 5 จะคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 22 ปี

นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4 และเบอร์ 5 ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนอีกด้วย

untitled-6

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 นั้น จะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบไปด้วย เช่น คุณสมบัติของเครื่องใช้ไฟฟ้า ยี่ห้อของเครื่องใช้ไฟฟ้า และบริการหลังการขาย เป็นต้น เพื่อให้ได้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

สำหรับคำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 มีดังนี้

  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดอยู่
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบอินเวอร์เตอร์
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
  • เปรียบเทียบราคาจากร้านต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยสรุปแล้ว การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 แม้จะมีเงินน้อยก็ตาม ก็เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า โดยจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาวและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1588043/

Categories
Uncategorized

การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?

การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?

อากาศบ้านเราร้อนอบอ้าวเป็นส่วนใหญ่แบบนี้ แอร์เป็นตัวช่วยที่ดีเลยใช่มั้ยหล่ะคร้าบ เพื่อน ๆ หลายบ้านอาจจะเปิด ๆ ปิด ๆ แอร์สลับกันไป เพราะกลัวจะเสียค่าไฟมาก แต่ก็อยากให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นขึ้นบ้างแล้วเพื่อน ๆ

รู้มั้ยครับว่าการเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?  เรามีคำตอบ! คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่จริง การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น แต่อาจส่งผลเสียกับมอเตอร์แอร์ได้

istock-1332389696

 
Advertisement

แอร์จะกินไฟมากที่สุดในช่วงที่เพิ่งเปิดเครื่อง เพราะต้องทำงานหนักเพื่อทำความเย็นให้ห้องถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ จะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักบ่อยขึ้น ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักจนอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้

อย่างไรก็ตาม การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากแอร์จะทำงานในโหมดประหยัดไฟเมื่ออุณหภูมิห้องถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้ว ดังนั้น หากเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันโดยไม่ปิด แอร์จะทำงานตลอดเวลาและกินไฟมากกว่าการเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ หลายเท่า

ดังนั้น การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น แต่อาจส่งผลเสียกับมอเตอร์แอร์ได้ หากต้องเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ควรตั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะและเปิดแอร์ทิ้งไว้ไม่นานเกินไป

เคล็ดลับในการประหยัดค่าไฟจากการใช้แอร์ มีดังนี้

  • เลือกขนาดแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง
  • ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทก่อนเปิดแอร์
  • ตั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะ
  • ล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  • ตั้งเวลาปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน
  • ใช้พัดลมช่วยระบายอากาศก่อนเปิดแอร์

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณนะคะ

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1590583/

Categories
Uncategorized

เปิดแอร์ยาวๆ ไปเลย กับ เปิดๆ ปิดๆ แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน

เปิดแอร์ยาวๆ ไปเลย กับ เปิดๆ ปิดๆ แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน

เชื่อว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้การเปิดแอร์นั้นเรียกว่าเป็นทางเลือกที่หลายๆ คนเลือก เพราะอากาศในประเทศไทยเรามันช่างร้อนขึ้นทุกปี ซึ่งสิ่งที่ตามมาหลังจากการเปิดแอร์นั้นก็คือค่าไฟนั่นเอง โดยหลายคนก็หาทางประหยัดไฟด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งวิธีเปิดๆ ปิดๆ แอร์ นั้นก็เป็นวิธีที่หลายคนอาจจะเอามาใช้

เราจะพาเพื่อนๆ มาไขคำตอบกันซักหน่อยว่าจริงๆ แล้ว การเปิดแอร์ใช้งานไปเลย กับเปิดๆ ปิดๆ แอร์ ไม่ใช้แอร์ทำงานนานเกินไป แบบไหนกินค่าไฟมากกว่ากัน

เปิดแอร์ยาว กับ เปิดแอร์แบบเปิดๆ ปิดๆ อันไหนประหยัดไฟกว่ากัน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเปิดแอร์ยาวไปเลย 1 ชั่วโมง กับ 1 ชั่วโมงเปิด 20 นาที พัก 20 นาที แล้ว เปิดต่ออีก 20 นาที คำตอบนั่นก็คือ การเปิดแอร์แบบ เปิดๆ ปิดๆ นั้นจะกินค่าไฟเยอะกว่าเดิม เพราะจริงๆ แล้ว แอร์จะทำงานหนักในช่วงที่เพิ่งเปิด เพื่อระบายความร้อนและความชื้นสะสมในห้องออกไป หลังจากนั้นแอร์ก็จะทำงานเบาลง

การเปิดแอร์ยาวไปเลย ก็จะใช้ไฟแบบปกติ แต่ถ้าเปิดแล้วปิดแล้วเปิดใหม่ก็จะยิ่งทำให้แอร์ถูกใช้งานหนักมากกว่าเดิมและกินไฟมากกว่าปกติ การใช้งานที่เรียกว่าดีที่สุดนั่นก็คือเปิดยาวๆ ให้ห้องมีความเย็นแล้วค่อยปิดเมื่อรู้สึกสบายตัวหรือเลิกใช้แล้วจะดีกว่า

นอกจากนั้นการที่ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักมาจากการเปิดแอร์ยาวๆ เราควรที่จะสร้างบรรยากาศห้องให้ไม่ร้อนเกินไประหว่างก่อนใช้งานและหลังใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทอากาศให้ถ่ายเทเอาความร้อนออกจากห้องก่อน รวมไปถึงระหว่างใช้งานก็หลีกเลี่ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักด้วยนั่นเอง

Cr. https://www.sanook.com/campus/1415343/

Categories
Uncategorized

ทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ทำง่าย ๆ ใช้งบนิดเดียว !

ทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ทำง่าย ๆ ใช้งบนิดเดียว !

วิธีทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง หากอยากได้ม่านกั้นแอร์เจ๋ง ๆ ราคาไม่แพง สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มาดูวิธีทำม่านกั้นแอร์แบบงบน้อยของสาวคนนี้กันเลย

ม่านกั้นแอร์
 
          อุณหภูมิที่ร้อนจัดไม่อาจทำให้ คุณ ปลุกความเป็นแมวในตัวคุณ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และแมวเหมียวสุดที่รักต้องทนร้อนได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจติดตั้งแอร์ไว้ที่ชั้นล่างของบ้าน แต่กลัวว่าถ้าไม่กั้นผนังจะทำให้เปลืองไฟ และความเย็นจะกระจายไม่ทั่วถึง เลยตัดสินใจซื้อของมาทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ออกไอเดียทำม่านกั้นแอร์แบบง่าย ๆ ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 2 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง และยินดีที่จะแชร์ไอเดียนี้มาให้เราได้ดูกันค่ะ
ทนมาตั้งหลายปี แต่ปีนี้ร้อนจัดมาก เลยตัดสินใจติดแอร์ชั้นล่าง จะได้ไม่ต้องเอาแต่อยู่ในห้องแอร์ชั้นบนทั้งคนทั้งแมว เลือกขนาด 18,000 BTU ช่างบอกเพียงพอกับความกว้างของชั้นล่างไม่ต้องกั้นก็ได้ แต่เราตัดสินใจกั้นดีกว่าค่ะ เพราะแอร์จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แถมยังเย็นเร็วอีกด้วย  (Inverter R32 เย็นเร็วดีจริง ๆ) ทีนี้มาดูเรื่องของฉากกั้น จะเอาฉากกั้นห้องญี่ปุ่นหรือทำกระจกกั้นก็เกรงใจแมว กลัวแมวออกไม่ได้ ลำบากทั้งแมวทั้งคน เดี๋ยวจะมาร้องเงี้ยวง้าวให้เราเปิดประตูให้อีก เลยตัดสินใจใช้ม่านนี่แหละ เราใช้รางม่านแบบรางเลื่อนค่ะ ใช้ขายึดแบบติดกับเพดานเอา ส่วนม่านใช้ม่านแบบแบล็ก เอาท์ (Black out) เป็นม่านปรับอุณหภูมิที่สามารถกันลมกันแดดได้จากอิเกีย

ม่านกั้นแอร์

          – มาดูวัสดุอุปกรณ์กันเลยนะคะ

          1. รางม่าน ความยาว 145 เซนติเมตร : จำนวน 2 อัน ราคา 598 บาท
          2. ขายึดเพดาน : จำนวน 4 อัน ราคา 516 บาท
          3. ม่านแบล็ก เอาท์ : จำนวน 1 คู่ ราคา 990 บาท
          4. ตะขอเกี่ยวม่าน : จำนวน 2 กล่อง ราคา 198 บาท

ม่านกั้นแอร์

          – ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้มีอยู่แล้ว

          1. ตลับเมตร
          2. ไขควง
          3. แม่เหล็ก
          4. เลื่อย
          5. ส่วนสว่านกับค้อน เอามาเตรียมไว้ในกรณีที่หาโครงฝ้าไม่เจอ จะใช้พุกปีกผีเสื้อยึดเพดานค่ะ (แต่ของเราไม่ได้ใช้)

ม่านกั้นแอร์

          – เริ่มแรกเลยก็วัดขนาดความกว้างของส่วนที่จะกั้น ขนาดของส่วนที่เราจะกั้น กว้าง 280 เซนติเมตร สูง 240 เซนติเมตรค่ะ จากนั้นก็เอาแม่เหล็กมาดูดหาโครงฝ้า เพื่อที่เราจะได้ยึดรางม่านกับโครงฝ้าค่ะ จริง ๆ ม่านก็ไม่ได้หนักมากนะคะ แต่เราเจอโครงฝ้าตรงแนวที่จะกั้นพอดี พอเจอแล้วก็มาร์กจุดไว้

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – จากนั้นก็เจาะขายึดเพดานเข้ากับฝ้า ใช้ไขควงกับตะปูเกลียวปล่อยหมุนเข้าไปเลยค่ะ ตามคู่มือเขาให้ยึด 3 จุด แต่เรายึด 4 จุดค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – มาเพิ่มเติมวิธีการเจาะขายึดรางผ้าม่านกับเพดานค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – รางม่านเราเกินมานิดหน่อย ก็ใช้เลื่อยเลื่อยออกไปเลยค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – จากนั้นเอารางม่าน 2 อันมาต่อกัน ที่อิเกียเขามีตัวเชื่อมให้ค่ะ ต่อเนียนเชียว

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – ร้อยตะขอเข้าไปในราง ตะขอที่ให้มาจะมีอยู่ 2 แบบค่ะ แบบที่ร้อยเข้าไปในรางจะเป็นล้อเล็ก ๆ กับแบบที่ยึดกับตัวม่าน

ม่านกั้นแอร์

          – ใส่ตัวยึดที่รางทั้ง 4 อัน เพื่อเอาไว้ล็อกติดกับขายึดเพดาน

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – ปิดหัว ปิดท้าย กันม่านเลื่อนหลุดออกจากราง

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – นำรางขึ้นไปยึดติดกับขาแขวนด้านบน ของเราระยะห่างของขายึดเพดานไม่เท่ากันนะคะ เรายึดตามแนวโครงฝ้า

ม่านกั้นแอร์

          – ม่านที่อิเกียจะสามารถเกี่ยวได้ 3 ระดับค่ะ (รูปแรกเกี่ยวให้ดูเฉย ๆ)
ม่านกั้นแอร์

          – ของเราใช้ระดับ 3 ค่ะ

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – เสร็จแล้วก็นำม่านไปเกี่ยวกับราง

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนแมว และแล้วเราก็ได้ม่านกั้นแอร์มาแบบนี้ค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – ด้านหลัง
        
ม่านกั้นแอร์

          – ตอนเปิดม่านค่ะ เอาไปซ้อนไว้หลังตู้หนังสือ บ้านจะได้ดูโล่ง ๆ เหมือนเดิม

ม่านกั้นแอร์

          – เย็นฉ่ำ นอนสบาย ทดลองแล้ว ใช้ได้อยู่นะคะ อุณหภูมิหน้าม่านกับหลังม่านต่างกันจริง ๆ ค่ะ ความเย็นออกบ้างนิดหน่อยตอนม่านเลื่อน เพราะแมวพุ่งเข้าพุ่งออกนี่แหละค่ะ ทีนี้ใช้ม่านเป็นที่เล่นซ่อนแอบกันไปอีก

          ขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ
 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ ปลุกความเป็นแมวในตัวคุณ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม 
 
Categories
Uncategorized

13 วิธีประหยัดแอร์ แต่บ้านยังเย็นสบายไม่เปลี่ยน

13 วิธีประหยัดแอร์ แต่บ้านยังเย็นสบายไม่เปลี่ยน

การเปิดแอร์นาน ๆ ทำให้ค่าไฟยิ่งพุ่งกระฉูด แต่ถ้าไม่เปิดบ้านก็คงจะร้อนจนอยู่ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมาดูวิธีประหยัดไฟ โดยการลดการใช้แอร์แต่อากาศภายในบ้านก็ยังเย็นสบายไปพร้อม ๆ กันค่ะ 

        หน้าร้อนทีไรเหงื่อแตกทุกที โดยเฉพาะตอนบิลค่าไฟมาสิ้นเดือน เพราะแพงกว่าค่าไฟปกติหลายพันนัก แต่ถ้าไม่เปิดแอร์ก็คงอยู่ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นในวันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำ 13 วิธีลดใช้แอร์ในหน้าร้อน แต่อากาศภายในบ้านยังเย็นสบายเหมือนเปิดแอร์ตามปกติมาฝากกัน เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดไฟ และหมดกังวลเรื่องค่าไฟที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนเสียที
 

1. มีฉลากไฟเบอร์ 5

 
          เพราะนอกจากจะเป็นแอร์ที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของ กฟผ. แล้ว บนฉลากยังบอกค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปี อีกทั้งยังมีจำนวนดาวบอกระดับการประหยัดพลังงาน หากจะให้ดีควรดูที่ค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) หรือค่าวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามฤดู ควบคู่กันไปด้วย เพราะยิ่งมีมากก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกทางหนึ่งนั่นเอง

2. ล้างแอร์

 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
           เมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ แม้จะลดอุณหภูมิแอร์แล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกเย็น นั่นเป็นเพราะว่ามีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมในแอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ เลยทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้น ซึ่งสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยการถอดแผ่นกรองหยาบออกมาทำความสะอาด อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยลมเย็นได้เหมือนเดิมแล้ว

3. เพิ่มอุณหภูมิแอร์ตอนกลางคืน

 
          เพราะตอนกลางคืนเป็นช่วงที่ไม่มีแสงแดด ฉะนั้นอากาศก็จะร้อนน้อยกว่าช่วงกลางวันระดับหนึ่ง การปรับอุณหภูมิแอร์เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ในช่วงที่คุณนอนหลับหรือก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% เลยทีเดียว หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือ เลือกใช้ Sleep Mode แอร์จะปรับอุณหภูมิขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับสบายและช่วยประหยัดไฟไปพร้อมกัน 
 

4. เปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์ 

 
          อีกหนึ่งทริกการประหยัดแอร์หน้าร้อนก็คือ เปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์สักพัก แล้วค่อยเปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์ โดยการเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 26-28 องศาเซลเซียส ก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงมาได้อีก 2-3 องศาเซลเซียส คราวนี้อากาศในบ้านก็จะเย็นสบายกำลังดีแถมไม่เปลืองไฟอีกต่างหาก    
 

5. ควบคุมชั่วโมงการเปิดแอร์

 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
          ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเสียขนาดนี้ ปิดแอร์แป๊บเดียวก็กลับมาร้อนเหมือนเดิมแน่ ๆ ดังนั้นคงเป็นไปได้ยากถ้าหากจะให้ควบคุมชั่วโมงเปิดแอร์ตอนกลางวัน ฉะนั้นหากอยากประหยัดค่าไฟแนะนำให้ใช้วิธีนี้ตอนกลางคืน โดยตั้งเวลาปิดแอร์ช่วงตี 2 หรือตี 3 ส่วนก่อนนอนให้เปิดพัดลมทิ้งไว้ด้วย จะได้ไม่ตื่นกลางดึกเพราะต้องลุกขึ้นมาปิดแอร์ 
 

6. ปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง 

 
          ส่วนใหญ่อาจจะเคยชินกับการปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง จากนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นปิดแอร์ก่อนออกจากห้องประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ๆ สัก 10 นาที ซึ่งระหว่างนี้ก็ยังสามารถอยู่ในห้องต่อได้อย่างสบาย เพราะยังมีไอความเย็นหลงเหลืออยู่ อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกต่างหาก 

7. ปิดไฟแล้วเปิดม่านแทน

 
          นอกจากแสงแดดที่ทำให้เกิดความร้อนในบ้านแล้ว แสงไฟจากหลอดไฟก็มีส่วนที่ทำให้บ้านร้อนเหมือนกัน อีกทั้งยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นด้วย ฉะนั้นตอนกลางวันแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิดไฟ แล้วเปลี่ยนไปเปิดหน้าต่างหรือเปิดแค่ผ้าม่านแทน เพื่อให้บ้านสว่างขึ้นแต่ร้อนน้อยลง 
 

8. ใช้เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่

 
 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
          เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่จะทำความเย็นเฉพาะจุดหรือพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งจะต่างจากแอร์ตัวใหญ่ที่มีระบบการทำงานแบบกระจายความเย็นทั้งห้อง ทั้งยังใช้ไฟน้อยกว่าแอร์ถึง 50% เลยนะจะบอกให้ หรือใช้พัดลมไอเย็นมาช่วยดับร้อน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

9. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง

 
          แอร์ใช้พลังงานในการทำความเย็น 30% และอีก 70% เป็นพลังงานสำหรับจำกัดความชื้น ทำให้อากาศในห้องแห้ง ฉะนั้นควรเลี่ยงนำสิ่งของที่มีความชื้นเข้าห้อง เช่น ต้นไม้ หรือผ้าเปียก เป็นต้น
 

10. ไม่นำของร้อนเข้าห้อง

 
          อุปกรณ์หรือเครื่องครัวต่าง ๆ ที่ทำความร้อน เช่น กระทะไฟฟ้า หม้อต้มสุกี้ ไม่ควรนำมาประกอบอาหารในห้องแอร์ เพราะความร้อนในห้องนั้น ๆ จะสูงขึ้นและทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ฉะนั้นจึงควรประกอบอาหารให้เสร็จในครัวหรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ได้เปิดแอร์ดีกว่า 
 

11. ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท

 
          ก่อนจะเปิดแอร์ควรปิดประตูและหน้าต่างในห้องให้สนิท แต่ถ้ามั่นใจว่าปิดดีแล้ว แต่ยังรู้สึกสงสัยว่าทำไมค่าไฟยังแพงอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะว่ามีจุดรั่วไหลของแอร์ตามช่องใต้ประตูหรือซอกหน้าต่าง ฉะนั้นควรรีบสำรวจแล้วจัดการปิดรอยรั่วเหล่านั้นซะให้เรียบร้อย 

12. ปลูกต้นไม้ 

 
          หากบริเวณบ้านยังมีที่ว่างเหลือ ๆ ลองหาต้นไม้ให้ร่มเงามาปลูกดู เพราะรู้หรือไม่ว่าการปลูกต้นไม้สามารถช่วยลดอุณหภูมิรอบ ๆ ได้ถึง 2-4 องศาเซลเซียส แถมยังช่วยลดการใช้พลังงานจากแอร์ได้ 10-15% โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ใหญ่สามารถให้ความเย็นเท่าเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU เลยทีเดียว

13. ตั้งคอมเพรสเซอร์ในที่ร่ม 

 
          จริง ๆ แล้วตำแหน่งวางคอมเพรสเซอร์ก็มีผลกับการใช้พลังงานเหมือนกัน หากเป็นไปได้ควรติดตั้งไว้ในที่ร่ม และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ก็จะช่วยให้สามารถประหยัดไฟฟ้าเพิ่มได้อีก 15-20% เลยทีเดียว เรียกว่าบิลมาก็ไม่ต้องตกใจค่าไฟตอนสิ้นเดือนอีกต่อไป 
 
          ต่อให้หน้าร้อนจะร้อนอบอ้าวแค่ไหน แต่เราก็สามารถประหยัดค่าไฟได้ด้วยวิธีลดค่าแอร์ช่วงหน้าร้อนเหล่านี้ วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยลดปริมาณการใช้แอร์ แต่ภายในบ้านยังคงเย็นสบายน่าอยู่เหมือนเดิม
Categories
Uncategorized

4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์

4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์

ใครที่กำลังมองหาวิธีประหยัดไฟ เพื่อให้ยังคงเปิดแอร์และพัดลมให้เย็นฉ่ำได้เหมือนเดิม วันนี้เรามี 4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์มาฝากในช่วงหน้าร้อนแบบนี้

 จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 29 มี.ค. 66 ) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน 

 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

เมื่ออากาศร้อนและยังคงร้อนต่อเนื่องไปแบบนี้จะไม่เปิดแอร์ก็คงเหงื่อท่วม แต่ถ้าเปิดแอร์ทั้งวันก็สิ้นเปลืองเกินไป เพราะบิลค่าไฟคงพุ่งกระฉูด วันนี้มีเทคนิคเปิดพัดลมพร้อมแอร์ เย็นจัดแถมประหยัดไฟ ใช้ได้จริง

เปิดพัดลมพร้อมแอร์ถึงเย็นกว่าเพราะอะไร?

 หลายคนคงเคยได้ยินที่ว่าให้เปิดพัดลมพร้อมแอร์แล้วห้องจะเย็นกว่า แล้วเคยสงสัยไหมว่าทำไม? ที่จริงแล้วการที่เรารู้สึกเย็นสบายในห้อง มีปัจจัยหลักด้วยกัน 3 ข้อ คือ

• ปัจจัยที่ 1 อุณหภูมิของอากาศ (Temperature) ตัวบ่งบอกระดับความร้อนหรือเย็น มักวัดออกมาเป็นตัวเลขในหน่วยองศาเซลเซียส หรือองศาฟาเรนไฮด์ ยิ่งมีค่าน้อย เราก็จะยิ่งรู้สึกเย็น

• ปัจจัยที่ 2 ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative humidity) อัตราส่วนของปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศต่อไอน้ำอิ่มตัว ยิ่งความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เหงื่อจากร่างกายเราจะระเหยเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกเย็นขึ้น

• ปัจจัยที่ 3 ความเร็วลม (Wind Speed) เมื่อลมพัดผ่านร่างกาย จะช่วยในการระบายความร้อน จนทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงและเย็นสบายมากขึ้น

 ดังนั้น เมื่อเราเปิดแอร์เป็นหน้าที่ของเจ้าเครื่องปรับอากาศที่จะช่วยปรับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของห้องให้ลดลง เพื่อให้เรารู้สึกเย็นมากขึ้น แต่เมื่อเราเปิดพัดลมพร้อมแอร์ พัดลมจะช่วยเพิ่มความเร็วลม กระจายความเย็นไปทั่วห้อง และแลกเปลี่ยนความร้อนกับร่างกาย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเย็นกว่าเดิมนั่นเอง

 

เปิดพัดลมพร้อมแอร์ ประหยัดไฟกว่าเดิมได้จริงหรือ?

 การที่เปิดพัดลมพร้อมแอร์แล้วประหยัดยิ่งกว่า เพราะเราสามารถตั้งอุณหภูมิห้องสูงขึ้นได้ ในขณะที่ยังรู้สึกเย็นสบาย เพราะพัดลมช่วยกระจายความเย็นไปทั่วห้อง และแน่นอนว่าการตั้งงอุณหภูมิสูง ๆ จะกินไฟน้อยกว่าอุณหภูมิต่ำ เราจึงสามารถประหยัดไฟและเซฟเงินในกระเป๋าได้นั่นเอง

 ยิ่งถ้าเปิดพัดลมไปพร้อมๆ กับการเปิดแอร์ที่เป็นระบบ Inverter ก็จะประหยัดไฟยิ่งกว่า เพราะเมื่อเปิดแอร์มาสักระยะ คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดทำงาน แต่ลดการทำงานลงเพื่อช่วยคงอุณหภูมิในห้องไว้อย่างแม่นยำ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ก็จะเร่งการทำงานขึ้นอีกครั้ง โดยไม่ต้องรีสตาร์ทระบบใหม่ให้เปลืองไฟ

4 เทคนิคเปิดพัดลมพร้อมแอร์ เย็นจัดแถมประหยัดไฟ

1. เปิด 27 องศา ห้องก็เย็นได้

เทคนิคแรก คือการตั้งอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น ตัวเลขที่แนะนำคือ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เพียงพอในการลดความชื้นในห้อง ให้เรารู้สึกเย็นสบายมากขึ้น ทำให้ประหยัดไฟได้มากกว่าการเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำ ๆ 23-24 องศา ที่ปกติเราเปิดกัน เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานน้อยลง

2. เปิดพัดลมเสริม เพิ่มความเย็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กกว่าก็กินไฟน้อยกว่า ดังนั้น พัดลมจึงกินไฟน้อยกว่าแอร์มาก ถึง 10 เท่า นี่จึงเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เพียงเปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์อุณหภูมิ 27 องศา เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วลมและการกระจายตัวของอากาศในห้อง ช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 2 องศา เท่านี้ก็ได้ห้องแอร์เย็นฉ่ำเหมือนเปิดแอร์ปกติแล้ว

3. วางพัดลมใกล้ตัวและเปิดส่าย เย็นกระจายได้ทั่วห้อง

เมื่อจะเปิดพัดลมพร้อมแอร์เป็นตัวช่วยประหยัดไฟ ก็อย่าลืมเลือกวางตำแหน่งพัดลมใกล้บริเวณที่เรานั่งหรือนอน และปรับพัดลมพัดให้ส่ายไปทั่วห้อง จะใช้เป็นพัดลมตั้งพื้นหรือติดผนังก็ได้ และเลือกเปิดเบอร์ 2-3 เพียงเท่านี้ พัดลมก็จะช่วยกระจายความเย็น คลายร้อนให้เราได้แล้ว

4. ล้างแอร์ทุก 3-6 เดือน บอกลาฝุ่นหมักหมม

สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือการล้างแอร์นั่นเอง เพราะเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่เราใช้ตลอดแทบจะทุกวัน มักจะมีสิ่งสกปรก ฝุ่นและเชื้อโรคเข้าไปติดสะสมอยู่ตามแผ่นกรองอากาศ เจ้าตัวร้ายพวกนี้นอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังจะทำให้แอร์มีกลิ่นอับชื้นอีกด้วย จึงควรล้างแอร์ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ห้องเย็นเร็ว คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหนัก และไม่กินไฟนั่นเอง

Cr. https://www.springnews.co.th/news/news/836912

Categories
Uncategorized

เปิดแอร์หน้าร้อน วิธีใช้งานให้ประหยัดไฟที่สุด

เปิดแอร์หน้าร้อน วิธีใช้งานให้ประหยัดไฟที่สุด

เปิดแอร์หน้าร้อน วิธีใช้งานให้ประหยัดไฟที่สุด รวมความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการเปิด แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ หน้าร้อนนี้ทำค่าไฟพุ่ง

How to เปิดแอร์ยังไง ให้ประหยัดไฟ
กินไฟ น้อยที่สุด! ไม่จกตา

หลายคนยังมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการใช้แอร์ 
และหน้าร้อนนี้  แอร์ทำงานหนัก สู้กับอุณหภูมิ
ค่าไฟเม.ย. นี้ อาจแพงหูฉีกที่สุด จะใช้แอร์ยังไง ให้ประหยัดที่สุด แบบที่เป็นเรื่องจริง

1.ยิ่งอากาศร้อน แอร์กินไฟมากขึ้น จริงไหม?
จริง เพราะแอร์ ดูดอากาศเข้า เปลี่ยน  ให้เท่ากับอุณหภูมิ ที่เรากำหนด ยิ่งอากาศภายนอก กับ อากาศที่เราต้องการ องศา ต่างกันมากแค่ไหน
แอร์ก็ต้องยิ่งทำงานหนัก มากขึ้น ค่าไฟก็แพงขึ้น

2. เปิดแอร์พร้อมพัดลม ช่วยประหยัดไฟ ?

จริง MEA แนะ เปิดแอร์ 26 °C  เปิดพัดลมช่วย เย็นไวขึ้น ประหยัดไฟกว่า เพราะพัดลมช่วยเพิ่มความเร็วลม เพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศ ทำให้เกิดการระบายความร้อนจากร่างกาย ทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น  แต่จะประหยัดไฟได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระบบและเทคโนฯ แอร์

3. เปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ  ประหยัดไฟกว่าเปิดไว้นานๆ

ไม่จริง เพราะบางบ้านอาจจะชอบเปิดแอร์ไว้ช่วงหนึ่งแล้วปิด เปิดพัดลมแทน คิดว่าอาจจะช่วยประหยัดไฟ แต่จริงๆแล้วนั้น ช่วงการทำงานของแอร์ที่กินไฟที่สุดคือ
ช่วงเริ่มเปิดแอร์และสตาร์ทมอเตอร์  ยิ่งเปิดบ่อย ก็ยิ่งกินไฟ

4. ใช้แอร์ BTU ยิ่งมาก ยิ่งดี

ผิด เพราะถ้า BTU สูงไป คอมเพลสเซอร์แอร์จะตัดบ่อย
 แต่ถ้าเลือก BTU ต่ำเกินไป แอร์ก็จะทำงานหนัก ไม่ค่อยเย็น จริงๆควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง ดีที่สุด

5. เติมน้ำยาแอร์ทุกครั้งที่ล้างแอร์

ไม่จริง เพราะน้ำยาแอร์อยู่ในระบบปิด ไม่มีวันหมด หรือ ระเหย ถ้าแอร์ยังเย็น ท่อไม่รั่ว อยู่ได้ยาวๆเลย 5 – 10 ปี
เหมือนตู้เย็น

6.ไม่ใช้อุปกรณ์ทำความร้อนในห้องแอร์ 
ไดร์เป่าผม เตารีด ควรเลี่ยง เพราะยิ่งเพิ่มความร้อนให้ห้อง เย็นช้าลง แอร์ทำงานหนักขึ้น

7.ตั้งความเร็วพัดลมแอร์ ที่ระดับสูงสุดตอนเปิด เพื่อให้อากาศในห้องเย็นเร็วขึ้น
ช่วงเปิดแอร์แรกๆ ควรตั้งพัดลมแอร์ สูงสุด เพื่อเร่งการเคลื่อนที่ของอากาศ แต่ไม่ต้องใช้อุณหภูมิต่ำก็ได้

Cr. https://www.springnews.co.th/blogs/program/823632

Categories
Uncategorized

เปิดแอร์ VS เปิดพัดลม แบบไหนที่ช่วยให้นอนหลับสบาย ฟื้นไข้ได้ไวกว่า

เปิดแอร์ VS เปิดพัดลม แบบไหนที่ช่วยให้นอนหลับสบาย ฟื้นไข้ได้ไวกว่า

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยเหมือนกันว่า เวลาเป็นไข้แท้จริงแล้วควรเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมดี แบบไหนกันแน่ที่จะช่วยให้นอนหลับสบายฟื้นจากไข้ได้ไวกว่ากัน เพราะบางบ้านเมื่อเป็นไข้มักถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดแอร์นอนโดยเด็ดขาด เพราะกลัวอากาศที่ถูกปรับให้เย็นลงจะส่งผลต่ออาการไข้ ไข้แทนที่จะลดกลับสูงขึ้นมา แต่ในขณะที่บางบ้านก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดพัดลมนอนขณะเป็นไข้ เพราะเกรงว่าถ้าโดนลมจากพัดลมแล้วจะทำให้เกิดอาการเป็นหวัดคัดจมูกมากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะหายเร็วกลัวหายช้า มีอาการป่วยอื่น ๆ แทรกซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีก แล้วสรุปแบบไหนกันแน่คือวิธีทำให้นอนหลับได้สบายของคนเป็นไข้ที่ถูกต้อง วันนี้เรามีคำตอบเรื่องนี้มาฝาก

เปิดแอร์นอนตอนเป็นไข้ ใช่วิธีทำให้นอนหลับสบายจริงหรือ?

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าอากาศในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกนั้น มีความแปรปรวนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอากาศร้อนที่ร้อนกว่าเดิมมากขึ้นจนขนลุกไปหมด ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทำให้อุณหภูมิทั่วทุกภูมิภาคของโลกสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้อากาศสบายกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ยิ่งระหว่างที่ร่างกายไม่สบายเจ็บไข้ได้ป่วย ตัวร้อนมีไข้สูง มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อน ๆ หนาว ๆ ทำให้กว่าจะข่มตาหลับลงได้เป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก ยิ่งหากคุณเป็นคนติดแอร์ ปกติต้องนอนห้องแอร์เป็นประจำด้วยแล้ว การเปิดแอร์จึงกลายเป็นวิธีทำให้นอนหลับง่ายและสบายขึ้นได้เพียงหนทางเดียว ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่สบายก็สามารถนอนเปิดแอร์ได้ แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลต่ออาการป่วยไข้ จึงควรเปิดแอร์ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

1.ปรับอุณหภูมิให้ห้องไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป ควรอยู่ที่ประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส

2.แอร์ที่ใช้ควรเป็นชนิดที่ติดตั้งติดถาวร ไม่ควรใช้แบบแอร์เคลื่อนที่ หรือแอร์ที่ทำความเย็นจากน้ำหรือน้ำแข็ง เพราะแอร์ประเภทนี้จะเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ขณะที่ผู้ป่วยหลับและสูดดมอากาศเข้าไปอาจเสี่ยงต่อการเป็นหวัดที่รุนแรงขึ้น จนกลายเป็นอาการปอดบวม จนป่วยหนักมากขึ้นกว่าเดิมได้

3.เลือกใช้งานระบบ Dry Mode หากไม่สบายช่วงหน้าฝนที่อากาศมีความชื้นมาก ๆ ให้ปรับเป็นระบบ Dry Mode เพื่อควบคุมความชื้น โดยระบบหนี้แอร์จะทำหน้าที่ให้ความเย็นในระดับอุณหภูมิที่กำลังสบาย พร้อมช่วยลดความชื้นในอากาศ ทำให้ในช่วงเวลาที่เป็นไข้นอนหลับได้สบาย ฟื้นไข้ได้ไว

4.ปรับทิศทางลมแอร์ไม่ให้โดนตัวโดยตรง หรือหลีกเลี่ยงการนอนจ่อแอร์

5.ให้ตั้งค่าปรับทิศทางลมแอร์เป็นแบบ Swing เพื่อให้ลมแอร์กระจายความเย็นไปทั่วห้อง

พัดลมก็เปิดตอนเป็นไข้ได้ นอนหลับสบายไม่แพ้นอนห้องแอร์

สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีแอร์ หรือไม่ชินกับการนอนห้องแอร์ เวลาเป็นไข้ก็สามารถเปิดพัดลมและนอนหลับสบายได้เช่นกัน แถมดีไม่แพ้นอนห้องแอร์ ช่วยพัดอากาศและฝุ่นจากภายในห้องออกไปจากห้องได้อีกด้วย โดยวิธีทำให้นอนหลับสบายจากการเปิดพัดลมนั้นควรทำดังนี้

1.ไม่เปิดพัดลมเบอร์แรงที่ให้ลมแรง ให้เปิดเบา ๆ เพียงแค่พอมีลมให้ความเย็นก็พอ

2.เปิดพัดลมแบบส่าย ไม่เปิดจ่อตัว เพราะจะทำให้อาการไข้แทนที่จะฟื้นไวกลับกลายเป็นป่วยยาวนานขึ้นกว่าเดิม

3.ล้างพัดลมให้สะอาด ไม่ให้มีฝุ่นเกาะติด เพราะฝุ่นที่เกาะอาจหลุดและสูดดมเข้าไป ทำให้เกิดเป็นอาการภูมิแพ้และเป็นหวัดเพิ่มได้

4.ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่หนา ไม่ใส่แขนยาว เพื่อเสริมการนอนให้หลับได้สบายมากยิ่งขึ้น

สรุป

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเปิดแอร์หรือเปิดพัดลม ก็สามารถทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนแอจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่นอนสบายหลับสนิทได้ไม่ต่างกัน อย่าลืมว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ห้องที่คนป่วยจะนอนต้องเป็นห้องที่สะอาด ปราศจากฝุ่น และมีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น เรื่องเปิดแอร์หรือพัดลมเป็นเพียงปัจจัยประกอบที่ช่วยให้นอนได้สบาย และหลับได้สนิทมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น เพราะยิ่งร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ ร่างกายก็จะสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ไว อาการไข้ก็จะหายไวขึ้น ซึ่งคุณสามารถทำได้เพียงแค่ทำตามวิธีทำให้นอนหลับทั้งแบบเปิดแอร์และเปิดพัดลมที่เรานำมาฝาก รับรองได้เลยว่าคุณจะหลับสบายฟื้นจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยและกลับมาแข็งแรงสดใสได้เร็วกว่าที่คิดแน่นอน

Cr. https://เขียนบทความ.com/เปิดแอร์-vs-เปิดพัดลม/