Welcome to MNYTECHNIC & SUPPLY.

ที่อยู่ 300/15 หมู่ 7 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี 20160 โทร : 062-429-2592

Categories
Uncategorized

ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้องนอน เย็นกำลังดีไม่มีภูมิแพ้

ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้องนอน เย็นกำลังดีไม่มีภูมิแพ้

1. ไม่ควรติดตั้งแอร์บนศีรษะและปลายเตียง
ไม่ควรติดตั้งแอร์ในด้านหัวเตียงและปลายเตียง ข้อนี้สิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ปล่อยลมออกมาปะทะร่างกายและศีรษะโดยตรง อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ สำหรับทิศทางลมจากเครื่องปรับอากาศที่สวนจากปลายเท้าขึ้นมาทางศีรษะ ลมเย็นจะพัดสวนเข้าจมูกตลอด หากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำความสะอาดนานๆ อากาศที่เป่าออกจากแอร์จะมีความชื้นและเชื้อโรคตามมาด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบหายใจทำงานผิดปกติ มีโอกาสเป็นหวัดเรื้อรัง เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย อีกทั้งการติดตั้งแอร์ไว้บนหัวเตียง จะทำให้ตอนนอนรู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับอยู่ ส่งผลให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและยังผิดหลักฮวงจุ้ยด้วย

2. ไม่ควรติดตั้งแอร์เหนือประตู
ตำแหน่งเหนือประตูห้อง คือจุดที่ไม่ควรติดตั้งแอร์ เพราะการเปิด-ปิด ประตูแต่ละครั้งจะทำให้ความเย็นออกจากห้องนอนได้ง่าย อุณหภูมิใกล้ประตูไม่คงที่ ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเย็นช้า ระบบเซ็นเซอร์ของเครื่องปรับอากาศทำงานหนักและกินไฟ

3. ตำแหน่งแอร์ ต้องไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง
เครื่องทำความเย็นทุกๆ ประเภท ไม่ควรติดตั้งในจุดที่โดนแสงแดดหรือมีเครื่องทำความร้อน โดยเฉพาะผนังบ้านทางทิศใต้และทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่รับแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน ไม่เพียงแค่ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ขยับตามขึ้นด้วย หากบางห้องไม่สามารถเลี่ยงในการติดตั้งในทิศดังกล่าวได้ อาจเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศชนิดฝังฝ้าเพดานแทน

4. เลือกตำแหน่งที่กระจายลมได้ไกล
ห้องแต่ละห้องจะมีรูปร่างและขนาดต่างกัน วิธีการมองหาจุดติดตั้งแอร์มีหลักการใกล้เคียงกันคือ ติดตั้งมุมที่เครื่องปรับอากาศสามารถกระจายลมเย็นไปทั่วทั้งห้องได้ ไม่ติดตั้งในมุมอับ เพราะการกระจายความเย็นอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตำแหน่งติดตั้งควรอยู่ในตำแหน่งผนังแนวยาว เพื่อให้ความเย็นที่ออกมากระจายไปทางซ้ายและขวาของห้องได้อย่างทั่วถึง

5. เลือกติดตั้งแอร์หรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศในตำแหน่งตั้งฉากกับเตียง
ตำแหน่งที่เหมาะสมกับการติดตั้งแอร์ในห้องนอนมากที่สุด คือ ผนังด้านที่ตั้งฉากกับเตียง ให้ทิศทางลมจากตัวเครื่องพัดขวางลำตัวในเวลานอน อาจติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ตรงบริเวณกลางเตียงหรือขยับเยื้องค่อนไปทางปลายเตียงเล็กน้อย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้หรือระบบทางเดินหายใจได้

Cr. https://www.thepalmhome.com/ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้/

Categories
Uncategorized

แอร์เสียงดัง น้ำแข็งเกาะ ลมไม่ออก

แอร์เสียงดัง น้ำแข็งเกาะ ลมไม่ออก

วิธีการรับมือกับปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะด้วยตัวเอง

ปัญหาแอร์น้ำแข็งเกาะมักเกิดขึ้นที่บริเวณคอยล์เย็นของแอร์ โดยสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุนั้นมีวิธีการรับมือที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะจากน้ำยาของแอร์เกิดการรั่วซึมออกมา สามารถรับมือได้จากการสังเกตปลายท่อที่อาจตันจากน้ำยาของแอร์ที่จับตัวกัน ถ้าหากลองใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดหรือระบายสิ่งที่อุดตันปลาท่อให้น้ำยาแอร์ที่ขังเกิดการระบายตัวออกมาได้สำเร็จก็จะช่วยทำให้แอร์กลับมาเย็นได้อีกครั้ง

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะเกิดจากฝุ่นเกาะหนาที่บริเวณฝาพัดกรงกระรอก ถ้าหากฝุ่นมีปริมาณมากจนลมที่ระบายผ่านมีน้อยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะขึ้นได้เช่นกัน ส่วนวิธีจัดการกับปัญหานี้ก็แสนง่าย เพียงทำความสะอาดฝุ่นให้มีปริมาณน้อยลงก็จะช่วยลดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะได้เป็นอย่างดี

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะเพราะน้ำยาแอร์มีน้อย ถ้าหากแอร์มีลมพัดออกมาแรงดีเป็นปกติแต่เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะขึ้น อาจเกิดขึ้นจากน้ำยาแอร์ที่มีน้อยจนเดินไป ทำให้คอยล์เย็นมีน้ำแข็งเกาะขึ้นได้เช่นกัน โดยสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ช่างมาทำการเติมน้ำยาแอร์ให้ใหม่นั่นเอง

กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะคือ “แอร์ตัน” ซึ่งจำเป็นที่จะต้องให้ช่างมาทำการตัดล้างแอร์ขนานใหญ่เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าหากฝืนใช้งานต่อไปอาจทำให้ส่วนของตัวคอมเพรสเซอร์แอร์เกิดความเสียหายมากขึ้นในอนาคต

วิธีการรับมือกับแอร์เสียงดังด้วยตัวเอง

คงไม่มีใครอยากให้แอร์ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนของตัวเองส่งเสียงดังชวนน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อใช้แอร์ไปนานๆก็ยากนักที่จะหลีกหนีจากปัญหาแอร์เสียงดังไปได้ แต่ถ้าหากทราบสาเหตุที่นำไปสู่ปัญหาก็รับรองว่าคุณจะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างเหมาะสมอย่างแน่นอน

– แอร์ส่งเสียงดังจากปัญหาใบพัดเสื่อมสภาพ บริเวณที่เป็นตลับลูกปืน หรือที่เรียกกันว่าแบริ่งมอเตอร์ มักเกิดขึ้นจากการที่จาระบีน้ำมันหล่อลื่นภายในแห้ง สามารถแก้ไขได้ด้วยการหยอดจาระบีเข้าไปใหม่ แต่ถ้าหากตลับลูกปืนชำรุดก็ต้องทำการเปลี่ยนใหม่ เพราะไม่อย่างนั้นต่อให้หยอดจาระบีเข้าไปเท่าไหร่ เสียงดังที่เกิดขึ้นก็จะไม่ลดลงเพราะจาระบีเกิดการแห้งตัวอย่างรวดเร็วนั่นเอง

– แอร์ส่งเสียงดังจากการสะสมของฝุ่น มักเกิดขึ้นจากการไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมเช่น แมลง มด ที่เข้าไปทำรังอยู่ภายใน การแก้ปัญหาแอร์ส่งเสียงดังด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องหมั่นทำความสะอาดล้างแอร์บ่อยครั้ง

– แอร์ส่งเสียงดังจากการขันคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่แน่นสนิท หากสังเกตว่าเสียงดังไม่ได้มาจากแอร์ที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในห้อง อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุดังกล่าวได้เช่นกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาก็ไม่ยากเพียงแค่ทำการไขน็อตให้แน่นสนิทเพียงเท่านี้ก็ช่วยหยุดเสียงดังกวนใจได้แล้ว

วิธีรับมือแอร์ลมไม่ออก

– แอร์ลมไม่ออกจากใบพัดหมุนผิดทิศทาง โดยพื้นฐานแล้วการหมุนของใบพัดจะเป็นแบบดักลมเสมอ หากตัวปรับทิศทางทำงานผิดพลาดทำให้การหมุนไม่เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออก ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ไม้ยาวทำการเขี่ยใบพัดให้หมุนไปในทิศทางที่ถูกต้อง

– แอร์ลมไม่ออกจากฝุ่นที่จับตัวที่ตัวกรองอากาศ เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับแอร์ที่ไม่ได้ทำการล้างทำความสะอาดเป็นเวลานาน จนทำให้มีฝุ่นเกาะหนักบังทิศทางการเป่าลมออกไม่เต็มที่ ทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออกขึ้น วิธีการแก้ปัญหานี้ง่ายมากเพียงแค่ทำการถอดตัวฟิลเตอร์แอร์ออกมาล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้งเท่านั้น

– แอร์ลมไม่ออกจากคอล์ยร้อนนอกตัวบ้าน ที่ถูกทิ้งเอาไว้ไม่ได้ทำการล้างทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดสิ่งสกปรกจับตัวแน่นบริเวณใบพัดแอร์ ทำให้แอร์ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องลม และความร้อนภายในห้องที่มากผิดปกติขึ้น ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นล้างคอล์ยร้อนภายในนอกเป็นประจำทุกครั้งเมื่อมีช่างมาทำการล้างแอร์ภายในบ้านนั่นเอง

กรณีที่เลวร้ายที่สุดสาเหตุที่ทำให้แอร์ลมไม่ออกอาจมาจำกัดลมคอล์ยเย็น หรือมอร์เตอร์ชำรุดเสียหาย ในกรณีจำเป็นต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจซ่อมอย่างเหมาะสม และห้ามเปิดใช้แอร์เครื่องนั้นอย่างเด็ดขาดจนกว่าช่างจะทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น

เพียงแค่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออก แอร์ส่งเสียงดัง และแอร์มีน้ำแข็งเกาะได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับวางวิธีการป้องกันอย่างเหมาะสมเสียตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อไม่ให้ปัญหาน้ำแข็งเกาะ ส่งเสียงดังและลมไม่ออกเกิดขึ้น เพียงเท่านี้รับรองว่านอกจากจะช่วยทำให้ภายในห้องของคุณเย็นสบายแล้ว ยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้ยาวนานมากยิ่งขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว

ที่มา : (https://worthen-life.com/air-broken/)

 

Cr. https://www.deepromair.com/article/12/แอร์เสียงดัง-น้ำแข็งเกาะ-ลมไม่ออก-รับมือได้ด้วยวิธีแสนง่ายดังต่อไปนี้

Categories
Uncategorized

การล้างแอร์บ้าน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ แม้จ้างช่างมาก็ตาม

การล้างแอร์บ้าน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

การล้างแอร์เป็นสิ่งที่ทุกบ้านจำเป็นต้องทำ นอกจากจะเพื่อให้แอร์สะอาด ไม่มีสิ่งอุดตันแล้ว ยังทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานขึ้นอีกด้วย แต่คำถามก็คือ ต้องล้างแอร์แบบไหนถึงจะดีล่ะ?

หลายคนอาจจะคิดว่าการล้างแอร์นั้นจำเป็นต้องจ้างช่างมาทำให้ทุกครั้ง ซึ่งจริงๆแล้วการล้างแอร์นั้นสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงยังมีบางวิธีที่เราสามารถทำเองได้อีกด้วย แต่ระดับความสะอาดและระยะเวลาก็จะต่างกันออกไป

istock-1709499829

การล้างแอร์แบ่งออกเป็นหลายวิธี ซึ่งวิธีทั่วไปที่ช่างนิยมทำกันก็คือ การล้างด้วยน้ำแรงดันสูง เป็นการใช้ปั้มน้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาดตัวคอยล์เย็นด้านใน เพื่อเป็นการกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามช่องระบายลมและแผงรังผึ้งแอร์ รวมถึงการล้างฟิลเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแอร์ที่สามารถถอดออกมาล้างได้ และทำการเป่าหรือทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นก็ทำการล้างทำความสะอาดคอนเดนเซอร์ตัวนอกที่อาจจะมีฝุ่นจับอยู่ตามใบพัด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้แอร์สะอาดหมดจด และไม่มีเสียงดังรบกวนอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้แนะนำให้ทำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง

แต่ทั้งนี้เราสามารถดูได้จากการทำงานของแอร์ว่าติดขัดหรือมีฝุ่นเกาะมากน้อยแค่ไหนก็ได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้งานและสถานที่ติดตั้งแอร์ของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน หากแอร์เรามีฝุ่นเกาะจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด และปล่อยความเย็นได้น้อยลง เราก็อาจจะต้องจ้างช่างมาล้างแอร์ให้เร็วขึ้นก็เป็นได้

หากรู้สึกไม่อยากจ้างช่างมาล้างแอร์บ่อย ๆ ทุกครั้งที่แอร์ไม่เย็น แล้วเราสามารถล้างแอร์เองได้หรือไม่นั้น คำตอบคือได้ครับ 

 
Advertisement

การถอดฟิลเตอร์ / แผ่นกรองฝุ่นออกมาทำความสะอาด

เราสามารถที่จะถอดฟิลเตอร์แอร์ หรือแผ่นกรองฝุ่นออกมาทำการล้างทำความสะอาด ตากไว้ให้แห้ง แล้วนำกลับมาติดใหม่ได้ การทำแบบนั้นจะทำให้ฝุ่นที่เกาะขวางทางเดินของลมหลุดออกไป แอร์ก็จะสามารถปล่อยความเย็นออกมาได้อย่างเต็มที่

การใช้สเปรย์ล้างคอยล์เย็น

หรืออีกวิธีหนึ่งคือการซื้อสเปรย์ล้างคอยล์เย็นที่เป็นโฟมมาฉีดพ่นให้ทั่ว และพรมน้ำสะอาดตามจนกว่าฟองซึมเข้าไปข้างในได้หมด แอร์ของเราก็จะสะอาดเข้าไปถือข้างในและปล่อยลมออกมาได้เย็นขึ้น 

การถอดอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ถอดได้มาล้าง

แต่ทั้งสองวิธีข้างต้นเป็นเพียงการทำความสะอาดแอร์ที่ได้ผลแค่ชั่วคราว เพื่อยืดระยะเวลาในการล้างแอร์ออกไปเท่านั้น เพราะถึงแม้จะมีวิธีที่สามารถถอดอุปกรณ์ต่างๆของแอร์ออกมาล้างทำความสะอาดด้วยตัวเองได้ แต่วิธีนี้ก็จำเป็นต้องมีความชำนาญและความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของแอร์พอสมควร มิเช่นนั้นอาจจะทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างเสียหายได้เช่นกัน

istock-1707455614

สรุปก็คือ เราสามารถทำความสะอาดแอร์ด้วยตัวเองได้ แต่ระยะเวลาและระดับของความสะอาดจากการทำแต่ละวิธีจะไม่เท่ากับการล้างแอร์ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูงที่จะเป็นการล้างแอร์แบบทั่วถึงทุกซอกทุกมุม จึงทำให้แอร์มีประสิทธิภาพที่ดียาวนานขึ้น และเราจะไม่ต้องหายใจเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจลอยมากับลมแอร์เข้าสู่ร่างกายอีกด้วย

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1589935/

Categories
Uncategorized

7 วิธีเปิดแอร์ในหน้าร้อน ให้ค่าไฟไม่พุ่งสูง

7 วิธีเปิดแอร์ในหน้าร้อน ให้ค่าไฟไม่พุ่งสูง

บ้านเราบทจะร้อน ก็ร้อนมากเลยนะคะ หน้าร้อนนี้หลาย ๆ บ้านก็คงเปิดเครื่องปรับอากาศกันแทบตลอดทั้งวัน ให้อากาศในบ้านเย็นได้บ้าง เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้รู้สึกไม่สบายตัว

ยิ่งบ้านไหนมีลูกเล็กก็ถึงกับงอแงได้เลย และเพื่อประหยัดไฟ ให้ค่าไฟในช่วงหน้าร้อนไม่พุ่งกระฉูดกันมาก เราเลยมีคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยประหยัดพลังงานในหน้าร้อน และประหยัดเงินในกระเป๋ากันมาบอกต่อค่ะ ลองทำตามกันได้เลย

1. เพิ่มอุณหภูมิแอร์ตอนกลางคืน

ตอนกลางคืนไม่มีแดด อุณหภูมิจะเย็นสบายกว่าในช่วงกลางวันหน่อย เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ให้ปรับอุณหภูมิของแอร์ขึ้นไปสัก 1 องศา (จาก 25 องศา เป็น 26 องศา) ในช่วงที่นอนหลับ ก็จะช่วยให้ประหยัดค่าไฟในเดือนนั้นสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์

4790 2

2. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท

ก่อนเปิดแอร์ทุกครั้ง ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพราะหากปล่อยให้อากาศภายนอกไหลเข้ามา ก็อาจทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น แถมยังเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานอีกด้วย

3. ใช้วิธีเปิดพัดลมร่วมกับการเปิดแอร์

เพื่อให้ความเย็นกระจายไปทั่วห้อง คือการเปิดพัดลมช่วยในระหว่างเปิดแอร์ ซึ่งจะทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และยังสามารถปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นไปที่ 26 องศาเซลเซียสได้ ช่วยลดค่าไฟลงไปได้เท่าตัวเลย

4. หลีกเลี่ยงการนำความชื้นเข้าห้อง

ปกติแล้วแอร์จะใช้พลังงานในการทำความเย็นอยู่ที่ 30% ส่วนอีก 70% เป็นพลังงานที่ใช้กำจัดความชื้น ทำให้สภาพอากาศภายในห้องแห้ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของที่ก่อให้เกิดความชื้นเข้ามาในห้อง เช่น ต้นไม้หรือการตากผ้า เป็นต้น เพราะแอร์จะทำงานหนักมาก

4790 3

5. ควบคุมการใช้ชั่วโมงแอร์ให้เหมาะสม

หันมาควบคุมชั่วโมงแอร์ในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะการปิดแอร์ที่เราสามารถตั้งเวลาเอาไว้ได้ให้ปิดในตอนตี 5 ในระหว่างนอนก็เปิดพัดลมเอาไว้ด้วย จะช่วยให้อากาศในห้องเย็นสบายจนตื่นเช้าได้พอดี

6. ปิดไฟในห้องแล้วรับแสงจากหน้าต่างแทน

ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ จะความร้อนออกมา ส่งผลให้ห้องในหน้าร้อน มีอากาศร้อนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในระหว่างวันที่เปิดแอร์ให้ปิดหลอดไฟฟ้า และใช้แสงสว่างจากนอกหน้าต่างเข้ามาแทน จะช่วยลดอุณหภูมิในบ้านให้เย็นลง

7. ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการใช้งานแอร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนควรทำความสะอาดแอร์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเสื่อมสภาพการใช้งาน ทำให้แอร์เย็นฉ่ำได้มากขึ้น ที่สำคัญแอร์เย็นแต่ไม่ทำงานหนัก ประหยัดค่าไฟไปได้อีก



ขอบคุณข้อมูลจาก : Seekster

Cr. https://www.rakluke.com/family-lifestyle-all/news-update/item/7-3.html

Categories
Uncategorized

ทำไมต้องเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5 ถ้างบน้อยซื้อแค่เบอร์4 ได้ไหม?

ทำไมต้องเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5 ถ้างบน้อยซื้อแค่เบอร์4 ได้ไหม?

ตอบว่าควรซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 แม้จะมีเงินน้อยก็ตาม เพราะเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ถึงแม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 จะมีราคาสูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4 เล็กน้อย แต่ก็สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว

โดยเฉลี่ยแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 5-10 เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4

istock-1329491486

ตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 4 มีราคาประมาณ 20,000 บาท ในขณะที่เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มีราคาประมาณ 22,000 บาท แต่สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 100 บาทต่อปี หากใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน หมายความว่าเครื่องปรับอากาศประหยัดไฟเบอร์ 5 จะคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 22 ปี

นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 4 และเบอร์ 5 ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนอีกด้วย

untitled-6

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 นั้น จะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบไปด้วย เช่น คุณสมบัติของเครื่องใช้ไฟฟ้า ยี่ห้อของเครื่องใช้ไฟฟ้า และบริการหลังการขาย เป็นต้น เพื่อให้ได้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

สำหรับคำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 มีดังนี้

  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดอยู่
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบอินเวอร์เตอร์
  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
  • เปรียบเทียบราคาจากร้านต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยสรุปแล้ว การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 แม้จะมีเงินน้อยก็ตาม ก็เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า โดยจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาวและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1588043/

Categories
Uncategorized

การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?

การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?

อากาศบ้านเราร้อนอบอ้าวเป็นส่วนใหญ่แบบนี้ แอร์เป็นตัวช่วยที่ดีเลยใช่มั้ยหล่ะคร้าบ เพื่อน ๆ หลายบ้านอาจจะเปิด ๆ ปิด ๆ แอร์สลับกันไป เพราะกลัวจะเสียค่าไฟมาก แต่ก็อยากให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นขึ้นบ้างแล้วเพื่อน ๆ

รู้มั้ยครับว่าการเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ทำให้เปลืองค่าไฟจริงหรือไม่ ?  เรามีคำตอบ! คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่จริง การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น แต่อาจส่งผลเสียกับมอเตอร์แอร์ได้

istock-1332389696

 
Advertisement

แอร์จะกินไฟมากที่สุดในช่วงที่เพิ่งเปิดเครื่อง เพราะต้องทำงานหนักเพื่อทำความเย็นให้ห้องถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ จะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักบ่อยขึ้น ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักจนอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้

อย่างไรก็ตาม การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากแอร์จะทำงานในโหมดประหยัดไฟเมื่ออุณหภูมิห้องถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้ว ดังนั้น หากเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันโดยไม่ปิด แอร์จะทำงานตลอดเวลาและกินไฟมากกว่าการเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ หลายเท่า

ดังนั้น การเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น แต่อาจส่งผลเสียกับมอเตอร์แอร์ได้ หากต้องเปิด-ปิดแอร์บ่อย ๆ ควรตั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะและเปิดแอร์ทิ้งไว้ไม่นานเกินไป

เคล็ดลับในการประหยัดค่าไฟจากการใช้แอร์ มีดังนี้

  • เลือกขนาดแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง
  • ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทก่อนเปิดแอร์
  • ตั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะ
  • ล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  • ตั้งเวลาปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน
  • ใช้พัดลมช่วยระบายอากาศก่อนเปิดแอร์

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณนะคะ

Cr. https://www.sanook.com/hitech/1590583/

Categories
Uncategorized

เปิดแอร์ยาวๆ ไปเลย กับ เปิดๆ ปิดๆ แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน

เปิดแอร์ยาวๆ ไปเลย กับ เปิดๆ ปิดๆ แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน

เชื่อว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้การเปิดแอร์นั้นเรียกว่าเป็นทางเลือกที่หลายๆ คนเลือก เพราะอากาศในประเทศไทยเรามันช่างร้อนขึ้นทุกปี ซึ่งสิ่งที่ตามมาหลังจากการเปิดแอร์นั้นก็คือค่าไฟนั่นเอง โดยหลายคนก็หาทางประหยัดไฟด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งวิธีเปิดๆ ปิดๆ แอร์ นั้นก็เป็นวิธีที่หลายคนอาจจะเอามาใช้

เราจะพาเพื่อนๆ มาไขคำตอบกันซักหน่อยว่าจริงๆ แล้ว การเปิดแอร์ใช้งานไปเลย กับเปิดๆ ปิดๆ แอร์ ไม่ใช้แอร์ทำงานนานเกินไป แบบไหนกินค่าไฟมากกว่ากัน

เปิดแอร์ยาว กับ เปิดแอร์แบบเปิดๆ ปิดๆ อันไหนประหยัดไฟกว่ากัน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเปิดแอร์ยาวไปเลย 1 ชั่วโมง กับ 1 ชั่วโมงเปิด 20 นาที พัก 20 นาที แล้ว เปิดต่ออีก 20 นาที คำตอบนั่นก็คือ การเปิดแอร์แบบ เปิดๆ ปิดๆ นั้นจะกินค่าไฟเยอะกว่าเดิม เพราะจริงๆ แล้ว แอร์จะทำงานหนักในช่วงที่เพิ่งเปิด เพื่อระบายความร้อนและความชื้นสะสมในห้องออกไป หลังจากนั้นแอร์ก็จะทำงานเบาลง

การเปิดแอร์ยาวไปเลย ก็จะใช้ไฟแบบปกติ แต่ถ้าเปิดแล้วปิดแล้วเปิดใหม่ก็จะยิ่งทำให้แอร์ถูกใช้งานหนักมากกว่าเดิมและกินไฟมากกว่าปกติ การใช้งานที่เรียกว่าดีที่สุดนั่นก็คือเปิดยาวๆ ให้ห้องมีความเย็นแล้วค่อยปิดเมื่อรู้สึกสบายตัวหรือเลิกใช้แล้วจะดีกว่า

นอกจากนั้นการที่ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักมาจากการเปิดแอร์ยาวๆ เราควรที่จะสร้างบรรยากาศห้องให้ไม่ร้อนเกินไประหว่างก่อนใช้งานและหลังใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทอากาศให้ถ่ายเทเอาความร้อนออกจากห้องก่อน รวมไปถึงระหว่างใช้งานก็หลีกเลี่ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักด้วยนั่นเอง

Cr. https://www.sanook.com/campus/1415343/

Categories
Uncategorized

ทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ทำง่าย ๆ ใช้งบนิดเดียว !

ทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ทำง่าย ๆ ใช้งบนิดเดียว !

วิธีทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง หากอยากได้ม่านกั้นแอร์เจ๋ง ๆ ราคาไม่แพง สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มาดูวิธีทำม่านกั้นแอร์แบบงบน้อยของสาวคนนี้กันเลย

ม่านกั้นแอร์
 
          อุณหภูมิที่ร้อนจัดไม่อาจทำให้ คุณ ปลุกความเป็นแมวในตัวคุณ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และแมวเหมียวสุดที่รักต้องทนร้อนได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจติดตั้งแอร์ไว้ที่ชั้นล่างของบ้าน แต่กลัวว่าถ้าไม่กั้นผนังจะทำให้เปลืองไฟ และความเย็นจะกระจายไม่ทั่วถึง เลยตัดสินใจซื้อของมาทำม่านกั้นแอร์ด้วยตัวเอง ออกไอเดียทำม่านกั้นแอร์แบบง่าย ๆ ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 2 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง และยินดีที่จะแชร์ไอเดียนี้มาให้เราได้ดูกันค่ะ
ทนมาตั้งหลายปี แต่ปีนี้ร้อนจัดมาก เลยตัดสินใจติดแอร์ชั้นล่าง จะได้ไม่ต้องเอาแต่อยู่ในห้องแอร์ชั้นบนทั้งคนทั้งแมว เลือกขนาด 18,000 BTU ช่างบอกเพียงพอกับความกว้างของชั้นล่างไม่ต้องกั้นก็ได้ แต่เราตัดสินใจกั้นดีกว่าค่ะ เพราะแอร์จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แถมยังเย็นเร็วอีกด้วย  (Inverter R32 เย็นเร็วดีจริง ๆ) ทีนี้มาดูเรื่องของฉากกั้น จะเอาฉากกั้นห้องญี่ปุ่นหรือทำกระจกกั้นก็เกรงใจแมว กลัวแมวออกไม่ได้ ลำบากทั้งแมวทั้งคน เดี๋ยวจะมาร้องเงี้ยวง้าวให้เราเปิดประตูให้อีก เลยตัดสินใจใช้ม่านนี่แหละ เราใช้รางม่านแบบรางเลื่อนค่ะ ใช้ขายึดแบบติดกับเพดานเอา ส่วนม่านใช้ม่านแบบแบล็ก เอาท์ (Black out) เป็นม่านปรับอุณหภูมิที่สามารถกันลมกันแดดได้จากอิเกีย

ม่านกั้นแอร์

          – มาดูวัสดุอุปกรณ์กันเลยนะคะ

          1. รางม่าน ความยาว 145 เซนติเมตร : จำนวน 2 อัน ราคา 598 บาท
          2. ขายึดเพดาน : จำนวน 4 อัน ราคา 516 บาท
          3. ม่านแบล็ก เอาท์ : จำนวน 1 คู่ ราคา 990 บาท
          4. ตะขอเกี่ยวม่าน : จำนวน 2 กล่อง ราคา 198 บาท

ม่านกั้นแอร์

          – ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้มีอยู่แล้ว

          1. ตลับเมตร
          2. ไขควง
          3. แม่เหล็ก
          4. เลื่อย
          5. ส่วนสว่านกับค้อน เอามาเตรียมไว้ในกรณีที่หาโครงฝ้าไม่เจอ จะใช้พุกปีกผีเสื้อยึดเพดานค่ะ (แต่ของเราไม่ได้ใช้)

ม่านกั้นแอร์

          – เริ่มแรกเลยก็วัดขนาดความกว้างของส่วนที่จะกั้น ขนาดของส่วนที่เราจะกั้น กว้าง 280 เซนติเมตร สูง 240 เซนติเมตรค่ะ จากนั้นก็เอาแม่เหล็กมาดูดหาโครงฝ้า เพื่อที่เราจะได้ยึดรางม่านกับโครงฝ้าค่ะ จริง ๆ ม่านก็ไม่ได้หนักมากนะคะ แต่เราเจอโครงฝ้าตรงแนวที่จะกั้นพอดี พอเจอแล้วก็มาร์กจุดไว้

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – จากนั้นก็เจาะขายึดเพดานเข้ากับฝ้า ใช้ไขควงกับตะปูเกลียวปล่อยหมุนเข้าไปเลยค่ะ ตามคู่มือเขาให้ยึด 3 จุด แต่เรายึด 4 จุดค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – มาเพิ่มเติมวิธีการเจาะขายึดรางผ้าม่านกับเพดานค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – รางม่านเราเกินมานิดหน่อย ก็ใช้เลื่อยเลื่อยออกไปเลยค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – จากนั้นเอารางม่าน 2 อันมาต่อกัน ที่อิเกียเขามีตัวเชื่อมให้ค่ะ ต่อเนียนเชียว

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – ร้อยตะขอเข้าไปในราง ตะขอที่ให้มาจะมีอยู่ 2 แบบค่ะ แบบที่ร้อยเข้าไปในรางจะเป็นล้อเล็ก ๆ กับแบบที่ยึดกับตัวม่าน

ม่านกั้นแอร์

          – ใส่ตัวยึดที่รางทั้ง 4 อัน เพื่อเอาไว้ล็อกติดกับขายึดเพดาน

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – ปิดหัว ปิดท้าย กันม่านเลื่อนหลุดออกจากราง

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – นำรางขึ้นไปยึดติดกับขาแขวนด้านบน ของเราระยะห่างของขายึดเพดานไม่เท่ากันนะคะ เรายึดตามแนวโครงฝ้า

ม่านกั้นแอร์

          – ม่านที่อิเกียจะสามารถเกี่ยวได้ 3 ระดับค่ะ (รูปแรกเกี่ยวให้ดูเฉย ๆ)
ม่านกั้นแอร์

          – ของเราใช้ระดับ 3 ค่ะ

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – เสร็จแล้วก็นำม่านไปเกี่ยวกับราง

ม่านกั้นแอร์

ม่านกั้นแอร์

          – เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนแมว และแล้วเราก็ได้ม่านกั้นแอร์มาแบบนี้ค่ะ

ม่านกั้นแอร์

          – ด้านหลัง
        
ม่านกั้นแอร์

          – ตอนเปิดม่านค่ะ เอาไปซ้อนไว้หลังตู้หนังสือ บ้านจะได้ดูโล่ง ๆ เหมือนเดิม

ม่านกั้นแอร์

          – เย็นฉ่ำ นอนสบาย ทดลองแล้ว ใช้ได้อยู่นะคะ อุณหภูมิหน้าม่านกับหลังม่านต่างกันจริง ๆ ค่ะ ความเย็นออกบ้างนิดหน่อยตอนม่านเลื่อน เพราะแมวพุ่งเข้าพุ่งออกนี่แหละค่ะ ทีนี้ใช้ม่านเป็นที่เล่นซ่อนแอบกันไปอีก

          ขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ
 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ ปลุกความเป็นแมวในตัวคุณ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม 
 
Categories
Uncategorized

13 วิธีประหยัดแอร์ แต่บ้านยังเย็นสบายไม่เปลี่ยน

13 วิธีประหยัดแอร์ แต่บ้านยังเย็นสบายไม่เปลี่ยน

การเปิดแอร์นาน ๆ ทำให้ค่าไฟยิ่งพุ่งกระฉูด แต่ถ้าไม่เปิดบ้านก็คงจะร้อนจนอยู่ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมาดูวิธีประหยัดไฟ โดยการลดการใช้แอร์แต่อากาศภายในบ้านก็ยังเย็นสบายไปพร้อม ๆ กันค่ะ 

        หน้าร้อนทีไรเหงื่อแตกทุกที โดยเฉพาะตอนบิลค่าไฟมาสิ้นเดือน เพราะแพงกว่าค่าไฟปกติหลายพันนัก แต่ถ้าไม่เปิดแอร์ก็คงอยู่ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นในวันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำ 13 วิธีลดใช้แอร์ในหน้าร้อน แต่อากาศภายในบ้านยังเย็นสบายเหมือนเปิดแอร์ตามปกติมาฝากกัน เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดไฟ และหมดกังวลเรื่องค่าไฟที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนเสียที
 

1. มีฉลากไฟเบอร์ 5

 
          เพราะนอกจากจะเป็นแอร์ที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของ กฟผ. แล้ว บนฉลากยังบอกค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปี อีกทั้งยังมีจำนวนดาวบอกระดับการประหยัดพลังงาน หากจะให้ดีควรดูที่ค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) หรือค่าวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามฤดู ควบคู่กันไปด้วย เพราะยิ่งมีมากก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกทางหนึ่งนั่นเอง

2. ล้างแอร์

 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
           เมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ แม้จะลดอุณหภูมิแอร์แล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกเย็น นั่นเป็นเพราะว่ามีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมในแอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ เลยทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้น ซึ่งสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยการถอดแผ่นกรองหยาบออกมาทำความสะอาด อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยลมเย็นได้เหมือนเดิมแล้ว

3. เพิ่มอุณหภูมิแอร์ตอนกลางคืน

 
          เพราะตอนกลางคืนเป็นช่วงที่ไม่มีแสงแดด ฉะนั้นอากาศก็จะร้อนน้อยกว่าช่วงกลางวันระดับหนึ่ง การปรับอุณหภูมิแอร์เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ในช่วงที่คุณนอนหลับหรือก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% เลยทีเดียว หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือ เลือกใช้ Sleep Mode แอร์จะปรับอุณหภูมิขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับสบายและช่วยประหยัดไฟไปพร้อมกัน 
 

4. เปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์ 

 
          อีกหนึ่งทริกการประหยัดแอร์หน้าร้อนก็คือ เปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์สักพัก แล้วค่อยเปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์ โดยการเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 26-28 องศาเซลเซียส ก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงมาได้อีก 2-3 องศาเซลเซียส คราวนี้อากาศในบ้านก็จะเย็นสบายกำลังดีแถมไม่เปลืองไฟอีกต่างหาก    
 

5. ควบคุมชั่วโมงการเปิดแอร์

 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
          ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเสียขนาดนี้ ปิดแอร์แป๊บเดียวก็กลับมาร้อนเหมือนเดิมแน่ ๆ ดังนั้นคงเป็นไปได้ยากถ้าหากจะให้ควบคุมชั่วโมงเปิดแอร์ตอนกลางวัน ฉะนั้นหากอยากประหยัดค่าไฟแนะนำให้ใช้วิธีนี้ตอนกลางคืน โดยตั้งเวลาปิดแอร์ช่วงตี 2 หรือตี 3 ส่วนก่อนนอนให้เปิดพัดลมทิ้งไว้ด้วย จะได้ไม่ตื่นกลางดึกเพราะต้องลุกขึ้นมาปิดแอร์ 
 

6. ปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง 

 
          ส่วนใหญ่อาจจะเคยชินกับการปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง จากนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นปิดแอร์ก่อนออกจากห้องประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ๆ สัก 10 นาที ซึ่งระหว่างนี้ก็ยังสามารถอยู่ในห้องต่อได้อย่างสบาย เพราะยังมีไอความเย็นหลงเหลืออยู่ อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกต่างหาก 

7. ปิดไฟแล้วเปิดม่านแทน

 
          นอกจากแสงแดดที่ทำให้เกิดความร้อนในบ้านแล้ว แสงไฟจากหลอดไฟก็มีส่วนที่ทำให้บ้านร้อนเหมือนกัน อีกทั้งยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นด้วย ฉะนั้นตอนกลางวันแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิดไฟ แล้วเปลี่ยนไปเปิดหน้าต่างหรือเปิดแค่ผ้าม่านแทน เพื่อให้บ้านสว่างขึ้นแต่ร้อนน้อยลง 
 

8. ใช้เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่

 
 
ประหยัดแอร์หน้าร้อน
 
          เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่จะทำความเย็นเฉพาะจุดหรือพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งจะต่างจากแอร์ตัวใหญ่ที่มีระบบการทำงานแบบกระจายความเย็นทั้งห้อง ทั้งยังใช้ไฟน้อยกว่าแอร์ถึง 50% เลยนะจะบอกให้ หรือใช้พัดลมไอเย็นมาช่วยดับร้อน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

9. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง

 
          แอร์ใช้พลังงานในการทำความเย็น 30% และอีก 70% เป็นพลังงานสำหรับจำกัดความชื้น ทำให้อากาศในห้องแห้ง ฉะนั้นควรเลี่ยงนำสิ่งของที่มีความชื้นเข้าห้อง เช่น ต้นไม้ หรือผ้าเปียก เป็นต้น
 

10. ไม่นำของร้อนเข้าห้อง

 
          อุปกรณ์หรือเครื่องครัวต่าง ๆ ที่ทำความร้อน เช่น กระทะไฟฟ้า หม้อต้มสุกี้ ไม่ควรนำมาประกอบอาหารในห้องแอร์ เพราะความร้อนในห้องนั้น ๆ จะสูงขึ้นและทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ฉะนั้นจึงควรประกอบอาหารให้เสร็จในครัวหรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ได้เปิดแอร์ดีกว่า 
 

11. ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท

 
          ก่อนจะเปิดแอร์ควรปิดประตูและหน้าต่างในห้องให้สนิท แต่ถ้ามั่นใจว่าปิดดีแล้ว แต่ยังรู้สึกสงสัยว่าทำไมค่าไฟยังแพงอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะว่ามีจุดรั่วไหลของแอร์ตามช่องใต้ประตูหรือซอกหน้าต่าง ฉะนั้นควรรีบสำรวจแล้วจัดการปิดรอยรั่วเหล่านั้นซะให้เรียบร้อย 

12. ปลูกต้นไม้ 

 
          หากบริเวณบ้านยังมีที่ว่างเหลือ ๆ ลองหาต้นไม้ให้ร่มเงามาปลูกดู เพราะรู้หรือไม่ว่าการปลูกต้นไม้สามารถช่วยลดอุณหภูมิรอบ ๆ ได้ถึง 2-4 องศาเซลเซียส แถมยังช่วยลดการใช้พลังงานจากแอร์ได้ 10-15% โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ใหญ่สามารถให้ความเย็นเท่าเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU เลยทีเดียว

13. ตั้งคอมเพรสเซอร์ในที่ร่ม 

 
          จริง ๆ แล้วตำแหน่งวางคอมเพรสเซอร์ก็มีผลกับการใช้พลังงานเหมือนกัน หากเป็นไปได้ควรติดตั้งไว้ในที่ร่ม และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ก็จะช่วยให้สามารถประหยัดไฟฟ้าเพิ่มได้อีก 15-20% เลยทีเดียว เรียกว่าบิลมาก็ไม่ต้องตกใจค่าไฟตอนสิ้นเดือนอีกต่อไป 
 
          ต่อให้หน้าร้อนจะร้อนอบอ้าวแค่ไหน แต่เราก็สามารถประหยัดค่าไฟได้ด้วยวิธีลดค่าแอร์ช่วงหน้าร้อนเหล่านี้ วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยลดปริมาณการใช้แอร์ แต่ภายในบ้านยังคงเย็นสบายน่าอยู่เหมือนเดิม
Categories
Uncategorized

4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์

4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์

ใครที่กำลังมองหาวิธีประหยัดไฟ เพื่อให้ยังคงเปิดแอร์และพัดลมให้เย็นฉ่ำได้เหมือนเดิม วันนี้เรามี 4 ทริคดีๆ ในการเปิดพัดลมพร้อมแอร์มาฝากในช่วงหน้าร้อนแบบนี้

 จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 29 มี.ค. 66 ) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน 

 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

เมื่ออากาศร้อนและยังคงร้อนต่อเนื่องไปแบบนี้จะไม่เปิดแอร์ก็คงเหงื่อท่วม แต่ถ้าเปิดแอร์ทั้งวันก็สิ้นเปลืองเกินไป เพราะบิลค่าไฟคงพุ่งกระฉูด วันนี้มีเทคนิคเปิดพัดลมพร้อมแอร์ เย็นจัดแถมประหยัดไฟ ใช้ได้จริง

เปิดพัดลมพร้อมแอร์ถึงเย็นกว่าเพราะอะไร?

 หลายคนคงเคยได้ยินที่ว่าให้เปิดพัดลมพร้อมแอร์แล้วห้องจะเย็นกว่า แล้วเคยสงสัยไหมว่าทำไม? ที่จริงแล้วการที่เรารู้สึกเย็นสบายในห้อง มีปัจจัยหลักด้วยกัน 3 ข้อ คือ

• ปัจจัยที่ 1 อุณหภูมิของอากาศ (Temperature) ตัวบ่งบอกระดับความร้อนหรือเย็น มักวัดออกมาเป็นตัวเลขในหน่วยองศาเซลเซียส หรือองศาฟาเรนไฮด์ ยิ่งมีค่าน้อย เราก็จะยิ่งรู้สึกเย็น

• ปัจจัยที่ 2 ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative humidity) อัตราส่วนของปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศต่อไอน้ำอิ่มตัว ยิ่งความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เหงื่อจากร่างกายเราจะระเหยเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกเย็นขึ้น

• ปัจจัยที่ 3 ความเร็วลม (Wind Speed) เมื่อลมพัดผ่านร่างกาย จะช่วยในการระบายความร้อน จนทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงและเย็นสบายมากขึ้น

 ดังนั้น เมื่อเราเปิดแอร์เป็นหน้าที่ของเจ้าเครื่องปรับอากาศที่จะช่วยปรับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของห้องให้ลดลง เพื่อให้เรารู้สึกเย็นมากขึ้น แต่เมื่อเราเปิดพัดลมพร้อมแอร์ พัดลมจะช่วยเพิ่มความเร็วลม กระจายความเย็นไปทั่วห้อง และแลกเปลี่ยนความร้อนกับร่างกาย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเย็นกว่าเดิมนั่นเอง

 

เปิดพัดลมพร้อมแอร์ ประหยัดไฟกว่าเดิมได้จริงหรือ?

 การที่เปิดพัดลมพร้อมแอร์แล้วประหยัดยิ่งกว่า เพราะเราสามารถตั้งอุณหภูมิห้องสูงขึ้นได้ ในขณะที่ยังรู้สึกเย็นสบาย เพราะพัดลมช่วยกระจายความเย็นไปทั่วห้อง และแน่นอนว่าการตั้งงอุณหภูมิสูง ๆ จะกินไฟน้อยกว่าอุณหภูมิต่ำ เราจึงสามารถประหยัดไฟและเซฟเงินในกระเป๋าได้นั่นเอง

 ยิ่งถ้าเปิดพัดลมไปพร้อมๆ กับการเปิดแอร์ที่เป็นระบบ Inverter ก็จะประหยัดไฟยิ่งกว่า เพราะเมื่อเปิดแอร์มาสักระยะ คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดทำงาน แต่ลดการทำงานลงเพื่อช่วยคงอุณหภูมิในห้องไว้อย่างแม่นยำ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ก็จะเร่งการทำงานขึ้นอีกครั้ง โดยไม่ต้องรีสตาร์ทระบบใหม่ให้เปลืองไฟ

4 เทคนิคเปิดพัดลมพร้อมแอร์ เย็นจัดแถมประหยัดไฟ

1. เปิด 27 องศา ห้องก็เย็นได้

เทคนิคแรก คือการตั้งอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น ตัวเลขที่แนะนำคือ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เพียงพอในการลดความชื้นในห้อง ให้เรารู้สึกเย็นสบายมากขึ้น ทำให้ประหยัดไฟได้มากกว่าการเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำ ๆ 23-24 องศา ที่ปกติเราเปิดกัน เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานน้อยลง

2. เปิดพัดลมเสริม เพิ่มความเย็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กกว่าก็กินไฟน้อยกว่า ดังนั้น พัดลมจึงกินไฟน้อยกว่าแอร์มาก ถึง 10 เท่า นี่จึงเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เพียงเปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์อุณหภูมิ 27 องศา เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วลมและการกระจายตัวของอากาศในห้อง ช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 2 องศา เท่านี้ก็ได้ห้องแอร์เย็นฉ่ำเหมือนเปิดแอร์ปกติแล้ว

3. วางพัดลมใกล้ตัวและเปิดส่าย เย็นกระจายได้ทั่วห้อง

เมื่อจะเปิดพัดลมพร้อมแอร์เป็นตัวช่วยประหยัดไฟ ก็อย่าลืมเลือกวางตำแหน่งพัดลมใกล้บริเวณที่เรานั่งหรือนอน และปรับพัดลมพัดให้ส่ายไปทั่วห้อง จะใช้เป็นพัดลมตั้งพื้นหรือติดผนังก็ได้ และเลือกเปิดเบอร์ 2-3 เพียงเท่านี้ พัดลมก็จะช่วยกระจายความเย็น คลายร้อนให้เราได้แล้ว

4. ล้างแอร์ทุก 3-6 เดือน บอกลาฝุ่นหมักหมม

สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือการล้างแอร์นั่นเอง เพราะเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่เราใช้ตลอดแทบจะทุกวัน มักจะมีสิ่งสกปรก ฝุ่นและเชื้อโรคเข้าไปติดสะสมอยู่ตามแผ่นกรองอากาศ เจ้าตัวร้ายพวกนี้นอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังจะทำให้แอร์มีกลิ่นอับชื้นอีกด้วย จึงควรล้างแอร์ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ห้องเย็นเร็ว คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหนัก และไม่กินไฟนั่นเอง

Cr. https://www.springnews.co.th/news/news/836912