Welcome to MNYTECHNIC & SUPPLY.

ที่อยู่ 300/15 หมู่ 7 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี 20160 โทร : 062-429-2592

Categories
Uncategorized

แอร์เป็นน้ำแข็ง แก้ด้วยตัวเองอย่างไร

แอร์เป็นน้ำแข็ง แก้ด้วยตัวเองอย่างไร

แอร์เป็นน้ำแข็ง ปัญหาใหญ่และสำคัญของหลายบ้าน ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวในแต่ละวัน แอร์จึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการช่วยเพิ่มความเย็น และคลายความร้อน ปัญหาแอร์เป็นน้ำแข็ง เป็นสิ่งที่หนักอกหนักใจอย่างมาก เพราะถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที จะเกิดปัญหาหลายอย่างตามมาได้ วันนี้ Baania จึงขอนำเสนอสาเหตุและวิธีการแก้ไขง่ายๆ ด้วยตนเองมาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปตรวจเช็คแอร์ที่บ้านว่ามีปัญหาเหล่านี้หรือไม่

สาเหตุที่แอร์เป็นน้ำแข็ง

แอร์เป็นน้ำแข็ง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่แอร์เป็นน้ำแข็ง ไม่ได้แปลว่ายิ่งให้ความเย็นได้ดี แต่ในทางตรงกันข้าม แอร์เป็นน้ำแข็ง จะทำให้แอร์เกิดปัญหาขัดข้อง ไม่สามารถระบายความเย็นออกมาได้ จนเกิดความเสียหาย หรือชำรุด สาเหตุต่างๆ ที่ทำให้แอร์เป็นน้ำแข็ง ดังนี้

1. ใช้งานหนัก

หากมีการใช้งานแอร์หนัก หรือมากเกินไป ขาดการดูแล เช่น ไม่ได้รับการล้างแอร์ ทำความสะอาด หรือการตรวจเช็คในส่วนต่างๆ ก็จะทำให้แอร์เป็นน้ำแข็งได้

2. เกิดความขัดข้อง

หากชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ส่วนใดของแอร์เกิดความขัดข้อง จะทำให้แอร์เป็นน้ำแข็งได้ เช่น แผงกรองอากาศเกิดการอุดตัน หรือแผงคอยล์สกปรก จึงไม่สามารถสร้างความเย็น จนแอร์เป็นน้ำแข็ง หรือเทอร์โมนิเตอร์ไม่ยอมตัด ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานตลอดเวลา

3. แผงคอยล์เย็นและตัน

เมื่อไม่ได้มีการล้างแอร์ ทำให้แผงคอยล์มีคราบสกปรก ในขณะที่แผงคอยล์เย็นมากๆ จนไม่สามารถระบายลมออกมาได้สะดวก เพราะช่องแผงอุดตัน จึงทำให้แผงคอยล์เป็นน้ำแข็ง

4.  น้ำยาแอร์รั่ว

หากแอร์ของท่านมีน้ำยาแอร์รั่วซึมออกมา จะทำให้น้ำยาในระบบเหลือในปริมาณที่น้อยลง จนเกิดน้ำแข็งเกาะ

5. มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นหมุนช้า

เมื่อมอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นหมุนช้าลง หรือไม่ยอมหมุนจะทำให้แอร์มีน้ำแข็งเกาะอยู่ เพราะระบบไม่ยอมระบายอากาศเย็นออกไป

สาเหตุที่แอร์เป็นน้ำแข็ง

การแก้ปัญหาแอร์เป็นน้ำแข็งด้วยตัวเอง

หากท่านกำลังพบกับปัญหาดังกล่าว สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง คือการล้างแอร์ ทำความสะอาดส่วนต่างๆ และการตรวจเช็คจุดรั่วซึม ดังนี้

1. ล้างแอร์

ทำการล้างแอร์ได้ง่าย ๆ สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยการนำแผงคอยล์ และถอดแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาด วิธีการล้างง่าย ๆ ด้วยตนเองมีดังนี้

  • เตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างแอร์ให้ครบ ได้แก่ สายยางหัวฉีด ผ้ายางขนาดยาว ถังน้ำสำหรับรองน้ำ เทปกาวเอาไว้สำหรับติดผ้ายางและตัวแอร์ บันได้หรือเก้าอี้สูงที่สามารถปีนล้างแอร์ได้ น้ำยางล้างจาน ฟองน้ำ ผ้าขนหนู และไขควง
  • เปิดฝาหน้าเพื่อถอดฟิลเตอร์ออก อย่าลืมปิดสวิตซ์ให้เรียบร้อย ทำการไขน็อตบริเวณด้านล่างใกล้บานสวิง และตามจุดต่างๆ  แล้วทำการถอดฝาครอบแอร์ออกอย่างระมัดรังวัง
  • ต่อมาให้ถอดบานสวิงออก เริ่มถอดจากตรงกลาง เมื่อถอดเสร็จ หาถุงใหญ่ๆ มาคลุมชุดแผงวงจรไว้ไม่ให้โดนน้ำ 
  • เตรียมเทปกาว ผ้ายางติดด้านข้างของแอร์ทั้งด้านซ้ายและขวา พยายามทำคล้ายรางน้ำ แล้ววางปลายผ้ายางไว้ที่ถังน้ำ เพื่อให้น้ำที่ล้างไหลลงในถัง
  • เริ่มขั้นตอนการล้าง โดยฉีดน้ำตามแนวท่อแอร์ ค่อยๆ ฉีดไล่น้ำ เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดยตัววงจรแอร์ เมื่อฉีดจนคราบสกปรกต่างๆ หลุดออกมา ก็ใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างแอร์ ล้างทำความสะอาดอีกรอบ โดยเช็ดออกด้วยฟองน้ำที่เตรียม
  • หลังจากนั้น ทำความสะอาดคอมเพรสเซอร์แอร์ด้านนอก หรือคอยล์ร้อน เริ่มไขน็อตตามจุดต่างๆ ทั้งบนฝาซ้าย-ขวา ยกฝาขึ้น แล้วฉีดน้ำเข้าไปทำความสะอาด ใช้ถุงยางหรือถุงดำมาคลุมตัวระบบเครื่องให้มิดชิด เมื่อฉีดเสร็จจนสะอาด ให้นำถุงดำออก
  • เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อย ใช้ผ้าแห้งเช็ด หรือใช้ที่เป่าลมเพื่อให้แห้งเร็ว หลังจากนั้นอาจจะทิ้งไว้สักครู่ แล้วประกอบแอร์กลับเข้าไปเหมือนเดิม แล้วรอเปิดแอร์ทิ้งไว้สักพัก 

        การล้างแอร์ด้วยตนเอง ท่านต้องรู้จักส่วนประกอบและโครงสร้างของแอร์ สามารถแกะและประกอบแอร์กับเข้าไปเหมือนเดิมได้ หากยังไม่เคยล้างควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด

2. เช็คจุดรั่ว

       ท่านสามารถเช็คจุดรั่วของน้ำยาแอร์ ได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

  • เช็คด้วยการสังเกตว่ามีคราบน้ำมันหยดหรือไม่ เพราะหากน้ำยาแอร์รั่ว จะเกิดคราบตรงจุดรั่ว เช่น จุดเชื่อมท่อต่อ จุดช่วงท่อต่อเชื่อมกับตัวแอร์ หากพบจุดรั่ว ต้องรีบแก้ไขทันที
  • เช็คด้วยฟองสบู่ ใช้แปรงทาสีหรือแปรงฟันจุ่มฟองสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ทาลงบนท่อของน้ำยาแอร์ หากแอร์มีจุดรั่วจะมีฟองอากาศเกิดขึ้นมา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแอร์มีจุดรั่ว ต้องรีบแก้ไขทันที
  • เช็คด้วยเสียง ฟังเสียงลมที่ท่อแอร์ หากมีจุดรั่วจะได้ยินเสียงลมในบริเวณนั้น

แก้ปัญหาแอร์เป็นน้ำแข็ง

ปัญหาที่เกิดจากแอร์เป็นน้ำแข็ง

1. แอร์เสีย

การแอร์เป็นน้ำแข็ง และไม่มีการแก้ไข จะทำให้แอร์เสีย หรือเกิดความเสียหายของระบบตามจุดต่างๆ เพราะการที่แอร์เป็นน้ำแข็ง จะทำให้แอร์เกิดปัญหาขัดข้อง ไม่สามารถระบายความเย็นออกมาได้ จนเกิดความเสียหาย หรือชำรุด

2. แอร์ไม่เย็น

แอร์ไม่เย็นเพราะแอร์มีการอุดตันอยู่ภายในจึงไม่มีการระบายอากาศ หรือความเย็นออกมา ทำให้เกิดปัญหาแอร์เย็นช้ากว่าปกติ หรือไม่เย็นเลย

3. ค่าไฟเพิ่มขึ้น

หากแอร์ของท่านมีการอุดตันจากคราบสกปรก จนทำให้แอร์เกิดน้ำแข็งเพราะไม่สามารถระบายอากาศออกมาได้ แต่ยังมีการทำงานของระบบ และหากไม่ได้มีการแก้ไขจะยิ่งทำให้ใช้ไฟมากขึ้นกว่าเดิม เกิดปัญหาค่าไฟที่เพิ่มขึ้นตามมา

4. เกิดไฟฟ้าลัดวงจร  

หากแอร์เป็นน้ำแข็ง จนเกิดการรั่วซึมของน้ำ อาจจะทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้ ถ้าน้ำที่ไหลออกมาไปโดนระบบวงจรไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้าน จะทำให้บ้านเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟไหม้บ้าน ปัญหาแอร์เป็นน้ำแข็งจึงไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ  ดังนั้นอย่างลืมเช็คแอร์ที่บ้านอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นตามมา         

ปัญหาที่เกิดจากแอร์เป็นน้ำแข็ง

แอร์เป็นน้ำแข็ง สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้อง ต้องรู้สาเหตุที่เกิด ไม่ว่าจะเกิดจากการใช้งานที่หนักเกินไป ระบบการทำงานของแอร์เกิดความขัดข้อง ถึงแม้ว่าแอร์จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มักจะมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ตามมาหลังการใช้งานเป็นเรื่องปกติ การหมั่นตรวจเช็คจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันก่อนเกิดปัญหา

Cr. https://www.baania.com/article/แอร์เป็นน้ำแข็ง-5f210a67159c3b8ee6ffde23

Categories
Uncategorized

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้แอร์

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้แอร์

จากสภาพอากาศ และสภาพฤดูกาลที่เป็นหน้าร้อนไปกว่าครึ่งทำให้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยนั้นต้องเป็นแอร์ ทุกๆ บ้านใช้แอร์เป็นตัวช่วยเปลี่ยนความร้อนระอุภายในบ้านให้เป็นสวรรค์บนดินด้วยความเย็น แต่เมื่อถึงสิ้นเดือนบิลค่าไฟออกอาจทำให้คนกุมอำนาจการใช้จ่ายภายในบ้านถึงกับหงายตึง และเกิดข้อสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เมื่อคุณมาซื้อแอร์ที่เพาเวอร์บายแล้วนอกจากเราจะอยากให้คุณได้รู้วิธีการเลือกซื้อแอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว เรายังอยากแก้ไขความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้แอร์ของคุณด้วย เพราะนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณใช้แอร์ที่บ้านได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ แถมยังอาจเป็นการใช้ไฟมากจนเกินจำเป็น ไปดูกันซิว่า 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้แอร์นั้นมีอะไรบ้าง
 
ประหยัดเงินโดยการใช้แอร์เครื่องเก่า
 
ข้อนี้จัดเป็นความเชื่อผิดๆที่เป็นปัญหาเรื้อรังของหลายๆบ้าน เข้าตำราที่ว่า ‘เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย’ แค่เปรียบเปรยเป็นคำพังเพยหลายคนคงยังนึกภาพตามไม่ออก แต่ถ้าให้ลองนึกถึงว่าแอร์เครื่องเก่าที่บ้านของคุณเสียค่าซ่อมบ่อยแค่ไหนต่อปี ค่าไฟแต่ละเดือนนั้นสูงขนาดไหน เปิดใช้แอร์แต่ละครั้งนานแค่ไหนถึงจะเย็น ตอนกลางคืนเคยสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงมอเตอร์แอร์ทำงานบ้างหรือเปล่า และที่พูดมานี้เกิดจากการที่คุณใช้แอร์เก่าทั้งสิ้น เมื่อลองบวกลบคูณหาร คำนวณดูแล้วการใช้แอร์เก่านั้นส่งผลเสียมากเกินกว่าที่คุณคิด การประหยัดเงินในทางที่ผิดนั้นส่งผลให้เงินในกระเป๋าของคุณปลิวออกจากตัวมากกว่าซื้อแอร์เครื่องใหม่ดีๆ ซักเครื่องเสียอีก
 
 
เปิด – ปิดแอร์บ่อยๆเพื่อช่วยประหยัดไฟ
 
บางบ้านที่ไม่ต้องการอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ นานๆ แต่ชอบเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำช่วงหนึ่งแล้วค่อยปิดแอร์มาเปิดพัดลมแทน มักจะคิดว่าช่วยประหยัดไฟได้มาก เพราะตัดช่วงเวลาเปิดแอร์ไปเกินครึ่ง แต่ความเชื่อนี้ผิดมหันต์เพราะจริงๆแล้วช่วงการทำงานของแอร์ที่หนักที่สุดและกินไฟที่สุด นั้นคือช่วงที่เริ่มเปิดแอร์และสตาร์ทมอเตอร์ให้เร่งหมุนเพื่อสร้างความเย็น หลังจากที่ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นคงที่ได้แล้ว ถ้าอุณหภูมิไม่ได้สูงขึ้นจนผิดจากเดิมไปมากก็ไม่ได้ทำให้กินไฟเท่าไรนัก ดังนั้นการเปิดๆ ปิดๆ แอร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ หลายๆครั้งจึงเปลืองไฟมากกว่าการเปิดแอร์ครั้งนึงแบบยาวๆเสียอีก รู้แบบนี้แล้วไม่ต้องคอยปิดแอร์ทุกทีที่รู้สึกว่าเย็น และเปิดใหม่เมื่อหมดไอแอร์หรอก เพราะนั่นมันกินไฟยิ่งกว่าที่คุณคาดคิดเสียอีก
 
 
กำหนดอุณหภูมิห้องได้เป๊ะด้วยรีโมตแอร์ 
 
หลายๆคนมักคิดว่าอุณหภูมิของห้องที่คุณเปิดแอร์สามารถควบคุมได้เป๊ะๆด้วยรีโมท เช่นกดรีโมทที่ 25 องศา อุณหภูมิภายในห้องก็จะอยู่ที่ 25 องศา ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะถูกเฉพาะกับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์เท่านั้นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้เป๊ะและคงที่เมื่อถึงอุณภูมิห้องถึงจุดที่คุณตั้งไว้ แต่กับแอร์ระบบธรรมดามักจะทำความเย็นให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าที่คุณกำหนดไว้ซัก 1-2 องศา คุณจึงรู้สึกว่าเปิดแรกๆแอร์จะเย็นฉ่ำ แต่เมื่อแอร์จับได้ว่าอุณหภูมิสูงเกินจำเป็นจะทำให้แอร์ตัดและเริ่มใหม่นั่นเป็นจุดที่ทำให้คุณเปลืองไฟนั่นเอง
 
เวลาเลือกแอร์นั้นคนที่ศึกษาหาความรู้มาพอสมควรก็จะเลือกซื้อแอร์ที่ตามบีทียูที่เหมาะสมกับการใช้งาน แต่สำหรับมือใหม่หัดเลือกซื้อแอร์ ยิ่งในยุคดิจิตัลที่อะไรๆก็เร่งรีบ หลายบ้านมักตัดปัญหาโดยการเลือกแอร์ที่บีทียูมาก เพราะคิดว่าบีทียูยิ่งมากยิ่งดี ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดเพราะถ้า BTU สูงไปคอมเพลสเซอร์แอร์จะตัดบ่อย ทำให้ความชื้นภายในห้องสูงแถมยังเปลืองไฟ แต่ถ้าเลือก BTU ต่ำเกินไป แอร์ก็จะทำงานหนัก แอร์ไม่ค่อยเย็น และยังทำให้แอร์เสียไวอีกด้วย ดังนั้นการเลือกบีทียูแอร์จึงควรเลือกให้พอดีกับขนาดของห้องและการใช้งาน ไม่สูงไป หรือต่ำไปเพราะไม่ว่าจะแบบไหนก็ส่งผลเสียต่อคุณทั้งนั้น
 
เปิดแอร์ไว้ที่ 25 องศาประหยัดไฟที่สุด
 
หลายๆบ้านมักเข้าใจผิดกับตัวเลข 25 องศาว่าช่วยให้คุณประหยัดไฟ จากการปลูกฝังมาช้านาน จริงๆแล้วการตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 25 องศาไม่ได้ประหยัดไฟที่สุด แต่เพราะอุณหภูมิ 25 องศานั้นเป็นค่าอุณหภูมิกลางๆที่เย็นกำลังดี เหมาะกับอากาศของบ้านเรา แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าอุณหภูมิ 26-28 องศาก็เย็นพอแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิไปเป็น 25 องศา เพราะยังไงการตั้งอุณหภูมิสูงก็ย่อมประหยัดไฟได้มากกว่าการตั้งอุณหภูมิต่ำอยู่แล้ว
Categories
Uncategorized

6 สาเหตุแอร์เสียงดัง เกิดจากอะไร แก้ยังไงมาดู

6 สาเหตุแอร์เสียงดังเกิดจากอะไร แก้ยังไงมาดู

6 สาเหตุที่ทำให้แอร์เสียงดังและวิธีแก้ไข

เครื่องปรับอากาศ (แอร์) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เรารู้สึกเย็นสบายภายในบ้านหรือที่ทำงาน แต่บางครั้งเราอาจพบปัญหาแอร์มีเสียงดังผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดความรำคาญและเป็นสัญญาณเตือนว่าแอร์กำลังมีปัญหา มาดูกันว่าสาเหตุของเสียงดังเกิดจากอะไร และสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง


1. ใบพัดหรือพัดลมแอร์มีสิ่งกีดขวาง

สาเหตุ

  • มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ใบไม้ ฝุ่น หรือเศษขยะติดอยู่ในใบพัดของแอร์

  • ใบพัดหรือมอเตอร์พัดลมอาจหลวมหรือผิดตำแหน่ง

  • มีฝุ่นสะสมมากเกินไปทำให้เกิดเสียงเสียดสีขณะหมุน

วิธีแก้ไข

  • ปิดเครื่องปรับอากาศและตรวจสอบพัดลมทั้งภายในและภายนอกว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่

  • ใช้แปรงหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดใบพัดและช่องระบายอากาศ

  • หากพบว่าใบพัดหลวม ให้ขันน็อตให้แน่นหรือปรับตำแหน่งให้ถูกต้อง


2. คอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ

สาเหตุ

  • คอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพหรือมีชิ้นส่วนภายในเสียหาย

  • มีปัญหาแรงดันน้ำยาทำความเย็นไม่ปกติ

  • ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์เกิดการสึกหรอ ทำให้เกิดเสียงดัง “กึกกัก” หรือ “ฮัมม์”

วิธีแก้ไข

  • ตรวจสอบแรงดันน้ำยาแอร์ว่ามีปริมาณเพียงพอหรือไม่ หากน้อยเกินไปควรเติมน้ำยาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

  • หากคอมเพรสเซอร์เริ่มเสื่อมสภาพ อาจต้องเปลี่ยนใหม่หรือให้ช่างตรวจสอบและซ่อมแซม

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานแอร์เกินกำลังเพื่อลดภาระของคอมเพรสเซอร์


3. น็อตและโครงสร้างแอร์หลวมหรือสึกหรอ

สาเหตุ

  • น็อตหรือโครงสร้างบางส่วนของแอร์เริ่มหลวมจากการสั่นสะเทือนขณะทำงาน

  • ตัวเครื่องอาจไม่ได้ติดตั้งแน่นหนาหรือมีการติดตั้งผิดพลาด

วิธีแก้ไข

  • ตรวจสอบว่าน็อตยึดตัวเครื่องอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หากพบว่าหลวมให้ขันให้แน่น

  • ตรวจสอบฐานยึดของแอร์ หากติดตั้งไม่แน่นหนาควรปรับแก้ให้เหมาะสม

  • หากตัวเครื่องเก่าหรือเสื่อมสภาพ ควรพิจารณาเปลี่ยนอะไหล่บางส่วน


4. น้ำยาแอร์รั่วหรือปริมาณไม่เพียงพอ

สาเหตุ

  • น้ำยาแอร์รั่วจากท่อส่งหรือข้อต่อที่เสื่อมสภาพ

  • ปริมาณน้ำยาแอร์ลดลง ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นและเกิดเสียงดัง

วิธีแก้ไข

  • ตรวจสอบว่ามีจุดรั่วของน้ำยาแอร์หรือไม่ โดยสังเกตคราบน้ำมันหรือน้ำแข็งเกาะที่ท่อแอร์

  • เรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็ครอยรั่วและเติมน้ำยาแอร์ให้เหมาะสม

  • หมั่นบำรุงรักษาระบบน้ำยาแอร์เป็นประจำเพื่อลดปัญหาการรั่วซึม


5. ท่อแอร์หรือคอยล์เย็นมีปัญหา

สาเหตุ

  • ท่อแอร์เกิดการอุดตัน ทำให้มีเสียงลมหรือเสียงน้ำไหลผิดปกติ

  • คอยล์เย็นมีฝุ่นสะสมมาก ทำให้เกิดเสียงเสียดสีขณะทำงาน

วิธีแก้ไข

  • ล้างคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนเป็นประจำเพื่อลดฝุ่นสะสม

  • ตรวจสอบท่อระบายน้ำทิ้งว่ามีสิ่งอุดตันหรือไม่ หากมี ให้ทำความสะอาด

  • หากพบว่าท่อแอร์มีรอยรั่วหรือเสื่อมสภาพ ควรให้ช่างเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซม


6. พื้นที่ติดตั้งแอร์ไม่เหมาะสม

สาเหตุ

  • ติดตั้งแอร์ใกล้ผนังหรือมุมแคบ ทำให้เสียงสะท้อนและดังมากขึ้น

  • แอร์อยู่ในตำแหน่งที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง เช่น ใกล้ถนนหรือที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักร

  • ฐานยึดแอร์ไม่มั่นคง ทำให้เกิดเสียงสั่นขณะทำงาน

วิธีแก้ไข

  • ปรับตำแหน่งแอร์ให้อยู่ในที่เหมาะสม ห่างจากผนังหรือพื้นที่ที่มีเสียงสะท้อนมากเกินไป

  • ตรวจสอบฐานยึดแอร์ว่าแน่นหนาหรือไม่ หากพบว่าไม่มั่นคงให้ปรับแก้ไข

  • หากมีเสียงสะท้อนจากผนังมาก อาจใช้วัสดุดูดซับเสียง เช่น โฟมซับเสียงหรือฉนวนกันเสียง


สรุป

แอร์ที่มีเสียงดังผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ใบพัดหลวม คอมเพรสเซอร์มีปัญหา น็อตหลวมหรือโครงสร้างไม่มั่นคง น้ำยาแอร์รั่ว หรือการติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม วิธีแก้ไขส่วนใหญ่สามารถทำได้เอง เช่น การทำความสะอาดใบพัด ล้างคอยล์เย็น หรือขันน็อตให้แน่น แต่หากเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบภายใน เช่น คอมเพรสเซอร์เสียหรือน้ำยาแอร์รั่ว ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซมเพื่อให้แอร์กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเงียบสงบอีกครั้ง

Categories
Uncategorized

เต็มสิบไม่หัก สุดจัดทุกรุ่นกับ 3 Series ไดกิ้นแอร์ Inverter ที่ดีต่อใจ ไม่หวั่นค่าไฟพุ่ง!!

เต็มสิบไม่หัก สุดจัดทุกรุ่นกับ 3 Series ไดกิ้นแอร์ Inverter ที่ดีต่อใจ ไม่หวั่นค่าไฟพุ่ง!!

เต็มสิบไม่หัก สุดจัดทุกรุ่นกับ 3 Series ไดกิ้นแอร์ Inverter ที่ดีต่อใจ ไม่หวั่นค่าไฟพุ่ง!!

ไดกิ้น ขอชี้เป้าตัวช่วยประหยัดไฟ แอร์ไดกิ้น Inverter 3 Series 6 รุ่น
ยกมาให้เปรียบเทียบกันชัดๆ ว่า “ไดกิ้น ทั้ง 3 Series”
แต่ละรุ่นนั้น มีฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

บอกเลยว่าใคร? อยากเย็นแบบประหยัดไฟ
ต้องมีแอร์ไดกิ้น Inverter ติดบ้านไว้สักรุ่นนะครับ รับรองว่าคุ้ม

เลือกช้อปสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไดกิ้นที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

#เลือกที่สุดของแอร์ #เลือกไดกิ้นตัวจริงระดับโลก
#อากาศเพื่อลมหายใจของคุณ
#แอร์ไดกิ้น
#เครื่องปรับอากาศไดกิ้น
#เครื่องฟอกอากาศไดกิ้น #DaikinTH

326073733 711684230514685 7989815340142094174 n

326263901 627561309369636 1631475282481374887 n

326343489 535891481844022 4351667976865447128 n

Categories
Uncategorized

พาส่องสาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหาคอมแอร์ไม่ตัด ทำยังไงให้หายขาด

ส่องสาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหาคอมแอร์ไม่ตัด ทำยังไงให้หายขาด

พาส่องสาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหาคอมแอร์ไม่ตัด ทำยังไงให้หายขาด

บ้านไหนมีปัญหาคอมแอร์ไม่ตัดการทำงาน จนกลัวว่าค่าไฟจะบานปลาย อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากการใช้งาน การดูแลรักษา การเลือกแอร์ที่เหมาะสม รวมถึงอาจเกิดจากส่วนต่าง ๆ ของตัวแอร์ที่ชำรุดหรือเสียหายนั่นเอง

วิธีแก้ปัญหาคอมแอร์ไม่ตัด ก็แนะนำให้เช็คและแก้ไขจากสาเหตุ แต่ถ้าเช็คเองแล้วเกิดไม่มั่นใจ แนะนำแก้ให้ตรงจุดด้วยการเลือกใช้บริการช่างแอร์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องแอร์โดยเฉพาะ อย่างช่างแอร์ไดกิ้น ที่ช่วยให้เรื่องแอร์เป็นเรื่องง่าย

พอใช้งานแอร์ไปสักพักหนึ่ง หลาย ๆ บ้านก็มักเจอปัญหาสุดเบสิค อย่างการที่คอมแอร์ไม่ตัดการทำงาน ซึ่งกวนใจไม่น้อย จนกลัวว่าบิลค่าไฟจะบานปลาย วันนี้ Daikin จะพามาดูสาเหตุต้นตอ พร้อมวิธีแก้ปัญหาคอมแอร์ไม่ตัด ทำยังไงให้หายขาด ไปดูกันเลย

อาการคอมแอร์ไม่ตัด

1

ภาพ: คอมเพรสเซอร์แอร์

เปิดแอร์มาตั้งหลายชั่วโมง ห้องก็เย็นแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานครืด ๆ อยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ในห้องก็ไม่ได้ทำให้เกิดความร้อนเพิ่ม ถ้าบ้านไหนเจอปัญหาแบบนี้ นี่น่าจะเป็นอาการผิดปกติของคอมเพรสเซอร์แอร์ และการที่คอมแอร์ไม่ตัดการทำงาน ก็กลัวว่ามอเตอร์คอมเพรสเซอร์จะมีอายุการใช้งานน้อยลง กลัวค่าไฟพุ่ง เพราะงั้นมาลองดู 6 สาเหตุ ที่ทำให้คอมแอร์ไม่ตัดกัน ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง เปิดแอร์มาตั้งหลายชั่วโมง ห้องก็เย็นแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานครืด ๆ อยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ในห้องก็ไม่ได้ทำให้เกิดความร้อนเพิ่ม

ถ้าบ้านไหนเจอปัญหาแบบนี้ นี่น่าจะเป็นอาการผิดปกติของคอมเพรสเซอร์แอร์ และการที่คอมแอร์ไม่ตัดการทำงาน ก็กลัวว่ามอเตอร์คอมเพรสเซอร์จะมีอายุการใช้งานน้อยลง กลัวค่าไฟพุ่ง เพราะงั้นมาลองดู 6 สาเหตุ ที่ทำให้คอมแอร์ไม่ตัดกัน ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง

6 สาเหตุที่คอมแอร์ไม่ตัด เกิดจากอะไร ?

1.แอร์เป็นระบบ Inverter คอมแอร์เลยไม่ตัด

แอร์ Daikin inverter

2

ภาพ: แอร์ Daikin inverter

“แอร์อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไม่ตัดการทำงานเป็นปกติ”

ก่อนจะโทรเรียกช่างมาแก้อาการคอมแอร์ไม่ตัด ลองเช็คดูก่อนว่าแอร์ที่ใช้งานอยู่ที่บ้านนั้นเป็นแอร์ธรรมดา หรือแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ เพราะถ้าเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์จะทำงานตลอดโดยไม่ตัดการทำงาน แต่จะเพิ่ม-ลดรอบการทำงานตามอุณหภูมิแทน เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่นั่นเอง

2.ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป สู้อากาศร้อนเมืองไทย

การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป

3

ภาพ: การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป

“เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำเกินไป”

บ่ายสองแดดเปรี้ยง ๆ ในฤดูร้อนของเมืองไทยที่อากาศข้างนอกอุณหภูมิสูงสุด ๆ ใครเป็นคนขี้ร้อนก็อาจจะทนไม่ไหว ต้องเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำ ๆ ให้ห้องเย็นเจี๊ยบไว้ก่อน แต่รู้ไหมว่านี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการคอมแอร์ไม่ตัด เพราะอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปในขณะที่ภายนอกนั้นร้อนมาก ๆ ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำความเย็นได้ไม่ถึงอุณหภูมินั้น ๆ สักที จึงต้องทำงานต่อเนื่องและไม่ตัดการทำงานนั่นเอง

3.ไม่ได้ล้างแอร์นาน ฝุ่นสะสมจนแอร์ไม่ตัด

ฝุ่นสะสมในแอร์

4

ภาพ: ฝุ่นสะสมในแอร์

“คอมแอร์ไม่ตัด เพราะไม่ล้างแอร์”

ถึงแม้ว่าแอร์จะเป็นสิ่งที่ต้องใช้งานเป็นประจำทุกวัน แต่วัยทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ก็เหนื่อยจนไม่อยากจะขยับตัวไปไหนหรือทำอะไร จนหลงลืมไปว่าไม่ได้ล้างแอร์มาหลายเดือนแล้ว ฝุ่นจึงเข้าไปสะสมอยู่ในฟิลเตอร์กรองหนาเป็นนิ้ว แผงคอยล์กลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพราะทำความเย็นได้ไม่ถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุของคอมแอร์ไม่ตัดนั่นเอง

4.ขนาดแอร์ไม่พอดีกับขนาดห้อง ประสิทธิภาพลดลง

การเลือกแอร์ให้พอดีกับขนาดห้อง

5

ภาพ: การเลือกแอร์ให้พอดีกับขนาดห้อง

“เลือกแอร์ไม่เหมาะกับขนาดห้อง ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ”

เพิ่งถอยแอร์ป้ายแดงมาใหม่ อยากให้ลองเช็คซักนิดว่าแอร์ที่เลือกซื้อมานั้นมี ขนาด BTU ที่เหมาะสมกับขนาดห้องรึเปล่า ถ้าหากว่าขนาดแอร์เล็ก BTU น้อย ๆ แต่ห้องที่ใช้งานนั้นค่อนข้างกว้าง ห้องก็จะไม่เย็นตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ทำให้ประสิทธิภาพของแอร์ลดลง คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักและต่อเนื่อง จนทำให้เกิดอาการคอมแอร์ไม่ตัดนั่นเอง

5.น้ำยาแอร์รั่วจนเหลือน้อย แอร์เลยไม่เย็นมีแต่ลม

คอมเพรสเซอร์แอร์

6

ภาพ: คอมเพรสเซอร์แอร์

“เลือกแอร์ไม่เหมาะกับขนาดห้อง ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ”

ถ้ากำลังสงสัยว่าทำไมคอมแอร์ไม่ตัด ทำงานไม่หยุด แต่แอร์ก็ไม่เย็นแถมมีแต่ลม มาพร้อมกับเสียงแปลก ๆ อยากให้ลองเช็คสารทำความเย็นในเครื่อง หรือที่เรียกกันว่าน้ำยาแอร์ดู เพราะนี่อาจเป็นอาการของน้ำยาแอร์รั่ว จนเหลือปริมาณน้อย ทำให้เปิดแอร์เท่าไหร่ก็ไม่เย็นฉ่ำเหมือนเดิม แถมคอมเพรสเซอร์ยังทำงานหนักอีกต่างหาก

6.เซ็นเซอร์อุณหภูมิแอร์เสีย วัดค่าคลาดเคลื่อน

คอมเพรสเซอร์แอร์

7

ภาพ: คอมเพรสเซอร์แอร์

“เซ็นเซอร์แอร์เสีย คอมแอร์เลยไม่ตัด”

อีกสาเหตุหนึ่งที่แอร์ไม่ตัด อาจเป็นไปได้ว่าเซ็นเซอร์แอร์ที่ตรวจจับอุณหภูมิเพื่อกำหนดการทำงานของคอมเพรสเซอร์นั้นขัดข้องหรือเกิดความเสียหาย จนทำให้การวัดค่าอุณหภูมิคลาดเคลื่อน ระบบจึงเข้าใจว่าห้องยังไม่เย็นเท่ากับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ จึงสั่งการให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดนั่นเอง

ที่มาของบทความ :- https://www.daikin.co.th/service-knowledge/ac-compressor-run-constantly/

Categories
Uncategorized

คุณมีอาการเหล่านี้ไหม! แสบจมูก ไอ จาม มีน้ำหมูกแบบใสๆ หายใจไม่สะดวก

คุณมีอาการเหล่านี้ไหม! แสบจมูก ไอ จาม มีน้ำหมูกแบบใสๆ หายใจไม่สะดวก

คุณมีอาการเหล่านี้ไหม! แสบจมูก ไอ จาม มีน้ำหมูกแบบใสๆ หายใจไม่สะดวก
PM2.5 ฝุ่นละอองเล็กจิ๋ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบมหาศาลได้

วันนี้ ไดกิ้นขอแนะนำตัวช่วย สู้ฝุ่น PM2.5
พร้อมมอบอากาศสะอาดให้คุณอุ่นใจไร้กังวลในทุกๆวัน ด้วย ”เครื่องฟอกอากาศไดกิ้น สตรีมเมอร์”

แผ่นกรองฟิลเตอร์ HEPA : ยับยั้งฝุ่นขนาดเล็กและ PM2.5 ใช้ได้นาน 10 ปี**
ระบบสตรีมเมอร์ 2 in 1 ยับยั้งเชื้อโรคทั้งภายนอกและภายในเครื่อง
: ยับยั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้
แผ่นกรองกลิ่นใช้ได้ตลอดอายุการใช้งาน
ลมเข้า 3 ทิศทาง วางชิดผนังได้หมดกังวลผนังบ้านเลอะเทอะ

จะฝุ่นเล็กฝุ่นใหญ่ ไดกิ้นก็จับได้หมด!! 
ยิ่งอากาศแบบนี้ยิ่งต้องมีติดบ้านสักเครื่องให้อุ่นใจไร้กังวลกันแล้วครับ

S 57303053

S 57303055

S 57303056