Welcome to MNYTECHNIC & SUPPLY.

ที่อยู่ 300/15 หมู่ 7 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี 20160 โทร : 062-429-2592

Categories
Uncategorized

วิธีป้องกันไฟตกแอร์ไม่เย็น แอร์เสียเปิดไม่ติดที่คุณไม่ควรพลาด!!

วิธีป้องกันไฟตกแอร์ไม่เย็น แอร์เสียเปิดไม่ติดที่คุณไม่ควรพลาด!!

ระวัง! ปัญหาไฟตกระหว่างใช้แอร์ เพราะปัญหาไฟตก หรือไฟกระชาก จะทำให้แอร์ของคุณหยุดทำงานอย่างกะทันหัน  โดยอาจทำให้แผงวงจรเกิดความเสียหายได้ และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์เสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ไฟตกจะทำให้แอร์ดับ ตัวเครื่องหยุดการทำงาน หรือมีรอบการหมุนของพัดลมแอร์ช้าลง จนทำให้เกิดปัญหา ไฟตกแอร์ไม่เย็น แล้วแบบนี้จะต้องทำอย่างไร?

ใครที่ไม่อยากเจอกับปัญหาไฟตกบ่อยๆ และอยากให้แอร์มีอายุการใช้งานยาวนาน วันนี้จะมาแนะนำวิธีป้องกันปัญหาไฟตกให้กับคุณ เพื่อให้คุณได้ใช้งานแอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องมาคอยกังวลว่าไฟจะตกอีกต่อไป!!

ปัญหาของไฟตกคืออะไร ?

ปัญหาไฟตกเป็นปัญหาที่สามารถเกิดได้กับทุกที่ ซึ่งเกิดจากการที่แรงดันไฟฟ้าถูกปล่อยออกมาไม่คงที่ ทำให้กระแสไฟไม่เพียงพอที่จะใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และไม่สามารถใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นได้ ไม่เพียงเท่านั้นการที่ไฟตกบ่อยๆ ยังส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น

  • ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ในการทำงาน หากไฟตก หรือไฟกระชากบ่อยๆ อาจทำให้มอเตอร์ภายในไหม้ได้
  • ทำให้อายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกกระชากไฟไป มีอายุการใช้งานที่น้อยลงกว่าปกติ และมีผลต่อวงจรภายในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ
  • ทำให้เกิดความเสียหายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหยุดทำงาน เพราะส่วนใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างแอร์ เมื่อถูกกระชากไฟไป จะทำให้ระบบการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าดับลง เป็นผลทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหาย เช่น อาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไหม้ได้
  • ปัญหาไฟตกไม่ได้เพียงทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหยุดทำงานเท่านั้น แต่อาจทำให้ระบบภายในเกิดความเสียหายได้ และเมื่อระบบเสียหายก็จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ารวน เป็นผลทำให้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะติดๆ ดับๆ อยู่บ่อยครั้งแม้จะไม่เกิดไฟตกแล้วก็ตาม

วิธีการสังเกตว่าไฟตกหรือไม่

  • ดูว่าหลอดไฟมีการกะพริบถี่ๆ หรือเปล่า
  • สังเกตว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการทำงานที่ช้าลงหรือไม่
  • ไฟฟ้าอาจจะไม่ดับในทันที แต่อาจจะค่อยๆ ดับลงอย่างช้าๆ

หากเกิดเหตุการณ์ไฟตกบ่อยๆ จะส่งผลกระทบกับแผงวงจรของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และยังเป็นอันตรายกับผู้ใช้งานอีกด้วย หากไฟตกตอนเปิดใช้งานแอร์อยู่ เมื่อกระแสไฟไม่เพียงพอต่อการทำงานของแอร์ ก็จะทำให้แอร์ไม่สามารถทำความเย็นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อไฟตกแอร์จึงไม่เย็น ยิ่งถ้าไฟตกต่ำกว่า 200 โวลต์ (กำลังไฟฟ้าปกติจะอยู่ประมาณ 220 – 240 โวลต์) อาจจะทำให้มอเตอร์ไหม้ได้ อีกทั้งยังจะทำให้คอยล์เย็น และคอยล์ร้อนของคอมเพรสเซอร์แอร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย

 

สาเหตุที่ทำให้ไฟตก

  • ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องพร้อมกัน เพราะมีการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องพร้อมๆ กัน หรือมีการจ่ายกำลังไฟที่มากเกินไป ซึ่งไม่เพียงพอกับปริมาณของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จนทำให้ไฟถูกกระชากจนเกิดปัญหาไฟตก
  • ปัญหาของสายไฟ การที่คุณใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หรืออาจจะเกิดจากกรณีที่สายไฟชำรุด เป็นผลให้ไม่สามารถส่งกำลังไฟได้อย่างเต็มที่
  • อยู่ไกลจากสถานีจ่ายไฟ ปัญหานี้มักจะพบตามบ้านต่างจังหวัด หรือพื้นที่ที่อยู่ไกลจากสถานีจ่ายไฟฟ้า เนื่องจากมีการลากสายยาวจนเกินไป ทำให้แรงดันไฟฟ้าไม่พอ และถ้ายิ่งบริเวณนั้นไม่มีหม้อแปลงด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาไฟตกได้อย่างแน่นอน
  • สถานีไฟฟ้าจ่ายไฟให้น้อย นอกจากจะอยู่ไกลจากสถานีจ่ายไฟแล้ว ถ้าหากสถานีไฟฟ้าจ่ายไฟให้น้อย ก็ยิ่งทำให้แรงดันไฟฟ้าไม่เพียงพอ เป็นผลทำให้ไฟตกได้เช่นเดียวกัน
  • การซ่อมบำรุงไฟฟ้า บางครั้งปัญหาไฟตกก็อาจจะเกิดจากการซ่อมแซม หรือทดสอบระบบไฟฟ้า เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดในอนาคต เป็นผลให้ไฟที่ส่งมาไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดปัญหาไฟตกในช่วงเวลาสั้นๆ หากซ่อมเสร็จเรียบร้อยไฟก็จะกลับมาเหมือนเดิม

นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว ก็อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น ในช่วงที่เกิดฝนตก ฟ้าร้องบ่อยๆ การที่สภาพอากาศแปรปรวนจะทำให้การทำงานของกระแสไฟฟ้าไม่คงที่ อย่างที่เรามักจะได้ยินว่าช่วงที่ฝนตกไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั่นเอง

ที่มา https://globalhouse.co.th/globalidea/detail/322

Categories
Uncategorized

อากาศร้อน ทำให้แอร์ยิ่งทำงานหนักจริงหรือ?

อากาศร้อน ทำให้แอร์ยิ่งทำงานหนักจริงหรือ?

หลายทราบกันดีอยู่แล้วว่า บ้านเราเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ยิ่งหน้าร้อนก็ยิ่งร้อนจนทำให้หลายคนอาจจะหงุดหงิด ไม่สบายตัว ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อน ทำให้ เครื่องปรับอากาศ เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความจำเป็นสำหรับหลายบ้าน เพื่อคลายร้อน แต่ก็ต้องแลกกับการที่เราจะต้องมาเสียค่าไฟ เสียค่าใช้งานจากการที่เราใช้แอร์ เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟเปลืองมากที่สุด และยิ่งต้องมาสู้กับสภาพอากาศบ้านเราแล้วด้วย ต้องบอกเลยว่า ต้องจ่ายค่าไฟมหาศาลในแต่ละเดือน หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ยิ่งเปิดแอร์หน้าร้อน ก็จะยิ่งทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องสู้กับอากาศที่ร้อน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเทคนิคหลายอย่างในการใช้งานแอร์ ที่จะทำให้เราสามารถประหยัดไฟไปได้เยอะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ และสำหรับหลายคนที่สงสัยว่า การที่เราเปิดแอร์ในอากาศที่ร้อนนั้น จะยิ่งทำให้แอร์ทำงานหนักจริงหรือไม่ วันนี้ทาง SN Service เราจะมาพูดถึงประเด็นดังกล่าว เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับหลายคนที่ใช้งานแอร์อยู่เป็นประจำ เพราะบางคนอาจะกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่าย คือสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่า การเปิดแอร์ในหน้าร้อนหรือในช่วงที่มีอากาศร้อนนั้น ค่าไฟจะพุ่งสูงเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

สำหรับเครื่องปรับอากาศภายในบ้านนั้น หลายต่อหลายครั้งอาจจะทำงานหนักเกินความจำเป็นเนื่องจากความร้อนและปัจจัยสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน เพื่อประหยัดพลังงานและยืดระยะเวลาการทำงานของเครื่องปรับอากาศไปในตัวควรที่หมั่นดูแลและตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าอากาศร้อนจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจจะทำให้แอร์ต้องทำงานหนัก แต่ความจริงแล้ว ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักเสียทีเดียว เพราะการที่แอร์ของเราทำงานหนักนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นคอยล์ร้อน ที่อาจจะติดตั้งในฝั่งที่มีแสงแดดส่องถึงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีร่มบังแดดบังฝนอาจจะทำให้เครื่องปรับอากาศร้อนขึ้นได้ง่าย ซึ่งควรที่จะทำพื้นที่ในการบังแดด เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศและมีอากาศเย็นๆ ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่เปิด หรือหากภายนอก มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ติดกับกำพงจนเกินไปหรือมีสิ่งกีดขวางการระบายความร้อนของเครื่องคอมเพรสเซอร์ ลมร้อนที่ถูกส่งออกมาจะถึงส่งกลับเข้าไปอีกครั้งจึงทำให้เครื่องปรับอากาศส่งลมร้อนออกมา ฉะนั้นควรที่จะเปลี่ยนตำแหน่งใหม่หรือเอาสิ่งกีดขวางออก นอกจากนี้ ผลกระทบที่ส่งผลมากที่สุดคือความร้อนแรงของแสงแดด หากห้องมีผนังที่ค่อนข้างบางล่ะก็จะสามารถทำให้ความร้อนจากแสงแดดเข้ามาสู่ภายในได้ ฉะนั้นหากผนังบ้านบางนั้นควรที่จะหาวัสดุกันความร้อนหรือทาสีกันความร้อนเพื่อบรรเทาความร้อนของบ้านได้ส่วนหนึ่งและทำให้เครื่องปรับอากาศของคุณทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะหลายคนอาจจะรู้สึกว่า ยิ่งอากาศร้อนมากเท่าไหร่ เราก็จะปรับแอร์ให้เย็นมากขึ้น นั่นก็จะทำให้แอร์ทำงานหนัก และเสียค่าไฟไปอย่างเปล่าประโยชน์ อย่างไรก็ตาม วิธีแรกที่สุดเลย ที่จะช่วยทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก ก็คือการล้างทำความสะอาดแอร์ เพราะเมื่อแอร์มีการใช้งานไปนานๆ จะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปในตัวแอร์ และเมื่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น ทำงานหนัก 

เปลืองไฟมากกว่าเดิม และถ้าฝุ่นละอองเข้าไปอุดตันในท่อน้ำแอร์ก็จะทำให้แอร์มีน้ำหยด การล้างแอร์เบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดแผ่นกรองหยาบก็สามารถช่วยให้แอร์กลับมาทำงานได้ดีขึ้น หรือจะให้ช่างแอร์มาล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องก็จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Cr. https://snss.co.th/อากาศร้อนทำให้แอณืทำงา/

Categories
Uncategorized

8 วิธีเปิดแอร์สู้หน้าร้อน แต่ค่าไฟไม่กระฉูด

8 วิธีเปิดแอร์สู้หน้าร้อน แต่ค่าไฟไม่กระฉูด

1. ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย

        เคยสังเกตหรือไม่ว่า แม้จะลดอุณหภูมิแอร์แล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกเย็น นั่นเป็นเพราะว่ามีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่เข้าไปในแอร์เป็นจำนวนมากนั่นเอง นอกจากลดอุณหภูมิยังไงแอร์ก็ไม่เย็น แอร์ยังทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากอีกด้วย ดังนั้น การล้างแอร์แบบจัดเต็ม คือการถอดล้างโดยช่างผู้ชำนาญงานเพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดไฟฟ้าได้ด้วย

2. เปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์

        การเปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์สักพัก แล้วค่อยเปิดพัดลมพร้อมกับเปิดแอร์ โดยการเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 27-28 องศาก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงมาได้อีก2-3องศาเพียงเท่านี้อากาศในบ้านก็จะเย็นสบายกำลังดีแถมไม่เปลืองไฟด้วย

3. ตั้งเวลาปิดแอร์

        ต้องบอกว่า“การตั้งเวลาปิดแอร์”นั้นถือเป็นควบคุมการใช้ชั่วโมงแอร์ ให้เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ห้องของคุณยังคงเย็นฉ่ำอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้การตั้งเวลาปิดแอร์นั้นควรทำในช่วงเวลากลางคืนโดยตั้งเวลาปิดแอร์ในระหว่างนอนหลับอยู่ที่ช่วงประมาณตี 2-3และก่อนนอนก็ควรเปิดพัดลมทิ้งไว้พร้อมกัน ก็จะช่วยให้อากาศคงความเย็นสบายตลอดคืนจะได้ไม่ตื่นกลางดึกเพราะต้องลุกขึ้นมาปิดแอร์

4. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง

        โดยปกติแอร์จะใช้พลังงานในการทำความเย็นอยู่ที่ 30% ส่วนอีก 70% เป็นพลังงานที่ใช้จำกัดความชื้น จึงช่วยให้สภาพอากาศภายในห้องแห้งนั่นเอง ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของที่ก่อให้เกิดความชื้นเข้ามาในห้อง อาทิ ต้นไม้หรือการตากผ้าภายในห้อง เพราะแอร์จะทำงานหนักขึ้น

5. เลี่ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ

        หลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาในห้องแอร์ อาทิ ตู้เย็น หม้อต้มน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟ หรือเตารีด เพราะทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น จนทำให้แอร์ต้องทำงานหนักเกินไป

6. ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท

        ก่อนเปิดแอร์ทุกครั้ง ควรเช็คให้ดีก่อนว่า คุณปิดประตูหรือหน้าต่างเรียบร้อยหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนชื้นจากภายนอกเข้ามา ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น แถมยังเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองด้วย

7. ปิดไฟแล้วเปิดผ้าม่านแทน

        นอกจากแสงแดดที่ทำให้เกิดความร้อนในบ้านแล้ว แสงไฟจากหลอดไฟ ก็มีส่วนที่ทำให้บ้านร้อนเหมือนกัน ฉะนั้น เพื่อลดอุณหภูมิในบ้านช่วงเวลากลางวัน จึงควนปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น แล้วเปิดผ้าม่านรับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาทดแทน เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็สว่างขึ้น และอากาศร้อนน้อยลงไปด้วย

8. ควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง

        การปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง นอกจากช่วยประหยัดไฟ คุณก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบาย เพราะยังมีความเย็นหลงเหลืออยู่นั่นเอง

“และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้แอร์บ้านเย็นสบาย แถมประหยัดไฟได้อย่างคุ้มค่า”

Cr. https://elib.life.ac.th/8-วิธีเปิดแอร์สู้หน้าร้อ/

Categories
Uncategorized

จัดบ้านหน้าร้อนแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

จัดบ้านหน้าร้อนแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

บ้านเราถือได้ว่าเป็นเมืองร้อน ถึงแม้จะมีฤดูฝน ฤดูหนาวตามกฎธรรมชาติ แต่อากาศบ้านเราก็ยังร้อนอยู่ดีแทบจะไม่แตกต่างกันในแต่ละฤดู ด้วยเพราะเป็นเมืองร้อน การจะทำให้บ้านเย็นคงเป็นเรื่องที่ยากเอาการ บวกกับช่วงนี้เรากำลังประสบปัญหาไวรัส Covid-19 ทำให้หลายองค์กรมีประกาศให้ทำงานที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งแน่นอนว่าเราอาจต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

เพราะเมื่อเราต้อง Work from Home ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศกันอย่างหนักมากขึ้น ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายมาช่วยในเรื่องการคืนเงินประกันไฟฟ้าแล้วก็จริง แต่ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นอื่นๆ นอกเหนือจากเครื่องปรับอากาศที่ต้องเปิดใช้งานตลอดทั้งวัน หนึ่งในนั้นคือคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และโคมไฟ แล้วทำอย่างไรจะช่วยลดความร้อนในบ้าน และประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จึงขอชวนทุกท่านมาจัดบ้าน จัดห้องใหม่เพื่อช่วยประหยัดแอร์ที่เหมาะกับช่วงหน้าร้อนและให้คุณพร้อม Work from Home ใครอยากบ้านเย็นทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

จัดแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

  1. เริ่มจากล้างแอร์ก่อน

เมื่อเครื่องปรับอากาศผ่านการใช้งานไปนานๆ ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจึงสะสมอยู่มาก ทำให้ความเย็นสู้กับอุณหภูมิภายนอกที่ร้อนอบอ้าวได้ไม่เต็มที่ แอร์จึงทำงานหนักมากขึ้นและกินไฟมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากให้ช่างแอร์มาล้างแอร์แล้ว วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองคือถอดแผ่นกรองอากาศออกมาทำความสะอาดเป็นประจำ

  1. ป้องกันแสงแดดเข้ามาในห้อง

ติดผ้าม่านหรือบานเกล็ด ยิ่งเป็นผ้าม่านที่สามารถกันความร้อนได้เป็นพิเศษยิ่งดี เพื่อป้องกันแสงแดดและความร้อนไม่ให้เข้ามามากเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเปิดรับแสงแดดในบางครั้งด้วยในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น เมื่อเปิดม่านแล้วแนะนำให้ปิดไฟ เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในห้องมากเกินไป เท่านี้บ้านก็เย็นขึ้นแล้ว

  1. ล็อกพื้นที่เปิดแอร์

เลือกเปิดแอร์ในห้องที่ใช้งานเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ต้อง Work from Home แน่นอนว่าห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่นจะถูกใช้เป็นพื้นที่ในการทำงาน ซึ่งห้องเหล่านั้นควรจะมีประตูปิด เพื่อไม่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอดผ่านช่องประตูต่างๆ ออกไปข้างนอกได้ ควรตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมคงที่ที่ 25 องศา นอกจากช่วยให้เแอร์ไม่ต้องทำงานหนัก ความเย็นสม่ำเสมอ ยังสามารถประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

  1. ใช้เครื่องปรับอาากาศเคลื่อนที่

เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ หรือที่เรามักจะชินกับคำว่าพัดลมไอน้ำ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้ไฟน้อยกว่าเครื่องปรับอากาศเกินกว่า 50% ให้ความเย็นเฉพาะจุดในพื้นที่ที่ต้องการ โดยอาจเปิดใช้งานในช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนมากนัก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดภาระไม่ให้แอร์ทำงานหนัก และประหยัดค่าไฟฟ้าได้

จัดแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

จัดแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

จัดแบบไหนช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศ

สุดท้ายแล้วต่อให้อากาศข้างนอกจะร้อนแค่ไหน บ้านเราก็จะเป็นบ้านเย็นอยู่เสมอ เพราะรู้วิธีจัดบ้านอย่างฉลาด ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านเย็นเท่านั้นแต่ยังประหยัดค่าไฟอีกด้วย ด้วยความห่วงใยจาก แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ขอบคุณภาพสวยๆ จากโครงการ บ้านชัยพฤกษ์ บางนา กม. 7 / คอนโดฯ The Key / คอนโดฯ The Room

Cr. https://www.lh.co.th/th/lh-living-concept/tips/arranging-the-house-in-summer-help-reduce-the-burden-of-air-conditioning

Categories
Uncategorized

ฤดูร้อนนี้ อากาศยิ่งร้อน แอร์ยิ่งกินไฟ จริงหรือไม่ ?

ฤดูร้อนนี้ อากาศยิ่งร้อน แอร์ยิ่งกินไฟ จริงหรือไม่ ?

ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ การเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า แอร์ ภายในอาคารหรือที่อยู่อาศัย ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่ประชาชนต่างสงสัยและอยากรู้ คือ อากาศยิ่งร้อน แอร์ยิ่งกินไฟ จริงหรือไม่ ?

รศ.ดร. ประกอบ สุรวัฒนาวรรณ อาจารย์ประจำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาเครื่องกล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า การทดลองในต่างประเทศ พบว่า ยิ่งอากาศข้างนอกร้อนหรืออุณหภูมิสูง ก็จะยิ่งกินไฟขึ้น

แล้วในไทยหละ ยิ่งร้อนแอร์ยิ่งกินไฟ จริงไหม ?

รศ.ดร. ประกอบ ระบุว่า จากการทดลองร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง(MEA) ในการพิสูจน์ว่า หากอุณหภูมิภายนอกสูง จะทำให้แอร์กินไฟจริงหรือไม่ พบว่า ทุก ๆ 1 องศาที่อากาศข้างนอกร้อนขึ้น แอร์จะกินไฟเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% จากไฟปกติที่ใช้ ซึ่งเมื่ออากาศร้อน ตัวแอร์เองก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการให้ความเย็นตามความเย็นที่เราตั้งไว้

“ทำไมเปิดแอร์เท่าเดิม แต่พออากาศร้อนขึ้น ค่าไฟเลยสูงขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่า ยิ่งอากาศร้อน แอร์ก็ยิ่งกินไฟมากขึ้นเพื่อให้ห้องเย็นเท่าเดิม”

อากาศร้อนไม่ใช่แค่แอร์ที่กินไฟเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ไม่ใช่แค่แอร์เท่านั้นที่เมื่ออากาศร้อนแล้วจะกินไฟมากขึ้น ตู้เย็นก็เช่นกัน เพราะเมื่ออากาศภายนอกร้อนขึ้น เครื่องทำความเย็นก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่อยู่ตลอดเวลา

แล้วจะประหยัดได้อย่างไร ?

นายจุมกฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง(MEA) ระบุว่า แอร์เป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดเกือบ 70% ของค่าไฟ ดังนั้นมองว่าสิ่งที่เราจะสามารถประหยัดได้คือการลดอุณหภูมิแอร์ลงให้มาอยู่ที่ 26-27 องศา ก็จะช่วยประหยัดไฟได้ และ เมื่อลดอุณหภูมิแล้วก็สามารถเปิดพัดลมช่วยได้

“การล้างแอร์ด้วยตัวเอง โดยการล้างไส้กรอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และล้างใหญ่โดยช่างแอร์ อย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้ ขณะที่ตู้เย็นหากจัดตู้เย็นให้เหมาะสม ไม่ใส่ของมากจนเกินไปก็จะสามารถลดการใช้พลังงานได้เช่นกัน”

นอกจากนี้การเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ให้ประหยัดพลังงาน เช่น เปลี่ยนจากหลอดไฟแบบขดลวด (หลอดไส้) เป็นหลอด LED , ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน และ ตรวจเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบรูณ์อยู่เสมอ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดหากชำรุดก็มีโอกาสจะเกิดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น

  • ข้อมูลอ้างอิง : โครงการวิจัยผลกระทบของอุณหภูมิแวดล้อมกับการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ จัดทำโดย ฝ่ายวิจัยและพัฒนา การไฟฟ้านครหลวง และ โครงการวิจัยและพัฒนาความชำนาญด้านไฟฟ้ากำลัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Cr. https://www.springnews.co.th/spring-life/822957

Categories
Uncategorized

4 เหตุผล ทำไมต้อง ล้างแอร์ ก่อนเข้าหน้าร้อน ?

4 เหตุผล ทำไมต้อง ล้างแอร์ ก่อนเข้าหน้าร้อน ?

เพราะหน้าร้อนค่าไฟเพิ่มขึ้น เป็นปัญหาที่คนไทยเจอเป็นประจำในทุกๆ ปี วันนี้เรามี 4 เหตุผลในการ ทำไมเราต้องล้างแอร์ก่อนหน้าร้อนมาฝาก อ่านต่อได้เลย

1. ลดการสะสมของฝุ่น

เพราะฝุ่นเป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ การล้างแอร์จะช่วยลดการสะสมของฝุ่น ภายในแอร์ และช่วยให้ลมแอร์แรงขึ้น

2. ไม่ต้องรอคิวช่างนาน

หน้าร้อนจะเป็นช่วงเวลาคิวทองของช่างล้างแอร์ การล้างแอร์ก่อนเข้าหน้าร้อนทำให้เราไม่ต้องรอคิวนาน

3. ช่วยประหยัดไฟ

ทุกๆ หน้าร้อน ค่า FT ไฟฟ้ามักจะเพิ่มขึ้น การล้างแอร์จะช่วยให้แอร์ทำงานหนักน้อยลง และช่วยลดค่าไฟได้อีกด้วย

4. ยืดอายุการใช้งาน

ยิ่งร้อน ยิ่งเปิดแอร์แรงขึ้น การล้างแอร์จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น เพราะไม่มีฝุ่นสะสม ลมแอร์ออกได้มากขึ้น

นี่คือสาเหตุว่าทำไมต้องล้างแอร์ โดยทั่วไปการล้างแอร์นั้น ปีละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย หรือ 3-4 ครั้งต่อปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานของแอร์ให้มีอายุการทำงานยาวนานขึ้น และทำให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขภาพดี เมื่อรู้แล้วว่า ในช่วงหน้าร้อนนี้อย่าลืมล้างแอร์

Cr. https://primo.co.th/บทความ/4-เหตุผล-ทำไมต้อง-ล้างแอร/

Categories
Uncategorized

5 เทคนิคเปิดแอร์เย็นใจ ประหยัดค่าไฟช่วงหน้าร้อน

5 เทคนิคเปิดแอร์เย็นใจ ประหยัดค่าไฟช่วงหน้าร้อน

ย่างเข้าหน้าร้อนทุกปี แอร์กลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้ ออกนอกห้องแอร์ทีไรร้อนหูดับตับไหม้ เหงื่อไหลไคลย้อยพาลให้อารมณ์หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานทำการ แต่จะเปิดแอร์ให้เย็นกายสบายใจก็กลัวต้องตกใจกับตัวเลขบิลค่าไฟที่พุ่งสูงตามอุณหภูมิ แนะนำแนวทางว่าจะเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดเงินค่าไฟในช่วงหน้าร้อนนี้

 

save-electricity-bill2
 

 

ล้างแอร์

วิธีแรกที่สุดเลยคือการล้างแอร์ เพราะเมื่อแอร์มีการใช้งานไปนานๆ จะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปในตัวแอร์ และเมื่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น ทำงานหนัก กินไฟมากกว่าเดิม และถ้าฝุ่นละอองเข้าไปอุดตันในท่อน้ำแอร์ก็จะทำให้แอร์มีน้ำหยด การล้างแอร์เบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดแผ่นกรองหยาบก็สามารถช่วยให้แอร์กลับมาทำงานได้ดีขึ้น หรือจะให้ช่างแอร์มาล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องก็จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

 

ลองตั้งอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเล็กน้อย

มีความเข้าใจว่าอุณหภูมิแอร์ 25 องศาคืออุณหภูมิที่ประหยัดไฟที่สุดซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเล็กน้อย ความจริงแล้วระดับอุณหภูมิ 25 องศาที่คือระดับอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบายที่สุด จึงมีการแนะนำให้ตั้งระดับอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศา แต่ถ้าใครลองปรับเพิ่มอุณหภูมิเป็น 26-27 องศาแล้วยังรู้สึกสบายตัวอยู่ แนะนำให้ปรับอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อย แอร์ก็จะทำงานน้อยลง ช่วยให้ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟ ถ้าตอนกลางวันอากาศร้อนไม่ไหวจริงๆ อาจจะลองปรับอุณหภูมิเฉพาะในเวลากลางคืนที่อากาศร้อนน้อยกว่า แล้วตั้งเวลาปิดแอร์ 1 ชั่วโมงก่อนตื่นนอน  แค่นี้ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้แล้ว

 

 

 

หลีกเลี่ยงใช้แอร์ในห้องพื้นที่เปิด

การเปิดแอร์ในห้องที่เปิดโล่งอย่างห้องโถง ที่มีทางขึ้นบันได ทางเดินไปห้องอื่นๆ ไม่มีประตูกั้น นอกจากแอร์ไม่ค่อยเย็นแล้ว ยังทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติและค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงควรเปิดแอร์ในห้องที่เป็นพื้นที่ปิด หรือถ้าจำเป็นต้องใช้แอร์ในห้องโถงจริงๆ ก็ควรติดตั้งฉากกั้นพื้นที่แบบเปิดปิด กั้นทางขึ้นบันได และทางเดินไปห้องอื่นๆ รวมถึงปิดหน้าต่าง ม่านให้เรียบร้อย ซึ่งม่านก็ช่วยลดอุณหภูมิจากแสงดอาทิตย์ภายนอก แอร์ทำงานน้อยลง ประหยัดพลังงานและค่าไฟแล้ว

 

 

 

ใช้พัดลมช่วย

การเปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์จะช่วยลดความอุณหภูมิความร้อนภายในห้อง ทำให้ตอนเปิดแอร์ไม่ต้องทำงานหนักมาก ยิ่งถ้าเปิดพัดลมช่วยในระหว่างที่เปิดแอร์จะช่วยให้ความเย็นจากแอร์กระจายไปทั่วห้อง และถึงแม้จะปรับอุณหภูมิเพิ่มเป็น 26-27 องศา (ตามข้อ 2) การเปิดพัดลมช่วยจะทำให้แอร์เย็นสบายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือประหยัดไฟกว่าเดิม

 

 

 

หลีกเลี่ยงการนำของร้อน/ของชื้นเข้าห้อง

ปกติการนำของร้อนเข้ามาในห้อง จะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าการมี ต้นไม้ เสื้อผ้าเปียก ภาชนะใส่น้ำของเหลวในห้อง ก็ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อค่าไฟที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะหลักการการทำงานของแอร์ นอกจากจะใช้พลังงาน 30% ลดอุณหภูมิห้องแล้ว ยังใช้พลังงาน 70% กำจัดความชื้นให้อากาศให้ห้องแห้ง ดังนั้นการมีสิ่งที่ก่อความชื้นภายในห้อง ทำให้แอร์ต้องใช้พลังงานทำงานหนักเพื่อกำจัดความชื้นภายในห้อง การหลีกเลี่ยงไม่นำของชื้นและของร้อนเข้ามาในห้องจึงเป็นการช่วยแอร์ประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟได้อีกวิธีหนึ่ง

Cr. https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you/save-electricity-bill.html

Categories
Uncategorized

5 เทคนิคเปิดแอร์เย็นใจ ประหยัดค่าไฟช่วงหน้าร้อน

5 เทคนิคเปิดแอร์เย็นใจ ประหยัดค่าไฟช่วงหน้าร้อน

ย่างเข้าหน้าร้อนทุกปี แอร์กลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้ ออกนอกห้องแอร์ทีไรร้อนหูดับตับไหม้ เหงื่อไหลไคลย้อยพาลให้อารมณ์หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานทำการ แต่จะเปิดแอร์ให้เย็นกายสบายใจก็กลัวต้องตกใจกับตัวเลขบิลค่าไฟที่พุ่งสูงตามอุณหภูมิ แนะนำแนวทางว่าจะเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดเงินค่าไฟในช่วงหน้าร้อนนี้

 

save-electricity-bill2
 

 

ล้างแอร์

วิธีแรกที่สุดเลยคือการล้างแอร์ เพราะเมื่อแอร์มีการใช้งานไปนานๆ จะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปในตัวแอร์ และเมื่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น ทำงานหนัก กินไฟมากกว่าเดิม และถ้าฝุ่นละอองเข้าไปอุดตันในท่อน้ำแอร์ก็จะทำให้แอร์มีน้ำหยด การล้างแอร์เบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดแผ่นกรองหยาบก็สามารถช่วยให้แอร์กลับมาทำงานได้ดีขึ้น หรือจะให้ช่างแอร์มาล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องก็จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

 

ลองตั้งอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเล็กน้อย

มีความเข้าใจว่าอุณหภูมิแอร์ 25 องศาคืออุณหภูมิที่ประหยัดไฟที่สุดซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเล็กน้อย ความจริงแล้วระดับอุณหภูมิ 25 องศาที่คือระดับอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบายที่สุด จึงมีการแนะนำให้ตั้งระดับอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศา แต่ถ้าใครลองปรับเพิ่มอุณหภูมิเป็น 26-27 องศาแล้วยังรู้สึกสบายตัวอยู่ แนะนำให้ปรับอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อย แอร์ก็จะทำงานน้อยลง ช่วยให้ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟ ถ้าตอนกลางวันอากาศร้อนไม่ไหวจริงๆ อาจจะลองปรับอุณหภูมิเฉพาะในเวลากลางคืนที่อากาศร้อนน้อยกว่า แล้วตั้งเวลาปิดแอร์ 1 ชั่วโมงก่อนตื่นนอน  แค่นี้ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้แล้ว

 

 

 

หลีกเลี่ยงใช้แอร์ในห้องพื้นที่เปิด

การเปิดแอร์ในห้องที่เปิดโล่งอย่างห้องโถง ที่มีทางขึ้นบันได ทางเดินไปห้องอื่นๆ ไม่มีประตูกั้น นอกจากแอร์ไม่ค่อยเย็นแล้ว ยังทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติและค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงควรเปิดแอร์ในห้องที่เป็นพื้นที่ปิด หรือถ้าจำเป็นต้องใช้แอร์ในห้องโถงจริงๆ ก็ควรติดตั้งฉากกั้นพื้นที่แบบเปิดปิด กั้นทางขึ้นบันได และทางเดินไปห้องอื่นๆ รวมถึงปิดหน้าต่าง ม่านให้เรียบร้อย ซึ่งม่านก็ช่วยลดอุณหภูมิจากแสงดอาทิตย์ภายนอก แอร์ทำงานน้อยลง ประหยัดพลังงานและค่าไฟแล้ว

 

 

 

ใช้พัดลมช่วย

การเปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์จะช่วยลดความอุณหภูมิความร้อนภายในห้อง ทำให้ตอนเปิดแอร์ไม่ต้องทำงานหนักมาก ยิ่งถ้าเปิดพัดลมช่วยในระหว่างที่เปิดแอร์จะช่วยให้ความเย็นจากแอร์กระจายไปทั่วห้อง และถึงแม้จะปรับอุณหภูมิเพิ่มเป็น 26-27 องศา (ตามข้อ 2) การเปิดพัดลมช่วยจะทำให้แอร์เย็นสบายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือประหยัดไฟกว่าเดิม

 

 

 

หลีกเลี่ยงการนำของร้อน/ของชื้นเข้าห้อง

ปกติการนำของร้อนเข้ามาในห้อง จะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าการมี ต้นไม้ เสื้อผ้าเปียก ภาชนะใส่น้ำของเหลวในห้อง ก็ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อค่าไฟที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะหลักการการทำงานของแอร์ นอกจากจะใช้พลังงาน 30% ลดอุณหภูมิห้องแล้ว ยังใช้พลังงาน 70% กำจัดความชื้นให้อากาศให้ห้องแห้ง ดังนั้นการมีสิ่งที่ก่อความชื้นภายในห้อง ทำให้แอร์ต้องใช้พลังงานทำงานหนักเพื่อกำจัดความชื้นภายในห้อง การหลีกเลี่ยงไม่นำของชื้นและของร้อนเข้ามาในห้องจึงเป็นการช่วยแอร์ประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟได้อีกวิธีหนึ่ง

Cr. https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you/save-electricity-bill.html

Categories
Uncategorized

ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้องนอน เย็นกำลังดีไม่มีภูมิแพ้

ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้องนอน เย็นกำลังดีไม่มีภูมิแพ้

1. ไม่ควรติดตั้งแอร์บนศีรษะและปลายเตียง
ไม่ควรติดตั้งแอร์ในด้านหัวเตียงและปลายเตียง ข้อนี้สิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ปล่อยลมออกมาปะทะร่างกายและศีรษะโดยตรง อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ สำหรับทิศทางลมจากเครื่องปรับอากาศที่สวนจากปลายเท้าขึ้นมาทางศีรษะ ลมเย็นจะพัดสวนเข้าจมูกตลอด หากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำความสะอาดนานๆ อากาศที่เป่าออกจากแอร์จะมีความชื้นและเชื้อโรคตามมาด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบหายใจทำงานผิดปกติ มีโอกาสเป็นหวัดเรื้อรัง เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย อีกทั้งการติดตั้งแอร์ไว้บนหัวเตียง จะทำให้ตอนนอนรู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับอยู่ ส่งผลให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและยังผิดหลักฮวงจุ้ยด้วย

2. ไม่ควรติดตั้งแอร์เหนือประตู
ตำแหน่งเหนือประตูห้อง คือจุดที่ไม่ควรติดตั้งแอร์ เพราะการเปิด-ปิด ประตูแต่ละครั้งจะทำให้ความเย็นออกจากห้องนอนได้ง่าย อุณหภูมิใกล้ประตูไม่คงที่ ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเย็นช้า ระบบเซ็นเซอร์ของเครื่องปรับอากาศทำงานหนักและกินไฟ

3. ตำแหน่งแอร์ ต้องไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง
เครื่องทำความเย็นทุกๆ ประเภท ไม่ควรติดตั้งในจุดที่โดนแสงแดดหรือมีเครื่องทำความร้อน โดยเฉพาะผนังบ้านทางทิศใต้และทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่รับแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน ไม่เพียงแค่ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็ขยับตามขึ้นด้วย หากบางห้องไม่สามารถเลี่ยงในการติดตั้งในทิศดังกล่าวได้ อาจเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศชนิดฝังฝ้าเพดานแทน

4. เลือกตำแหน่งที่กระจายลมได้ไกล
ห้องแต่ละห้องจะมีรูปร่างและขนาดต่างกัน วิธีการมองหาจุดติดตั้งแอร์มีหลักการใกล้เคียงกันคือ ติดตั้งมุมที่เครื่องปรับอากาศสามารถกระจายลมเย็นไปทั่วทั้งห้องได้ ไม่ติดตั้งในมุมอับ เพราะการกระจายความเย็นอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตำแหน่งติดตั้งควรอยู่ในตำแหน่งผนังแนวยาว เพื่อให้ความเย็นที่ออกมากระจายไปทางซ้ายและขวาของห้องได้อย่างทั่วถึง

5. เลือกติดตั้งแอร์หรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศในตำแหน่งตั้งฉากกับเตียง
ตำแหน่งที่เหมาะสมกับการติดตั้งแอร์ในห้องนอนมากที่สุด คือ ผนังด้านที่ตั้งฉากกับเตียง ให้ทิศทางลมจากตัวเครื่องพัดขวางลำตัวในเวลานอน อาจติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ตรงบริเวณกลางเตียงหรือขยับเยื้องค่อนไปทางปลายเตียงเล็กน้อย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้หรือระบบทางเดินหายใจได้

Cr. https://www.thepalmhome.com/ติดตั้งแอร์จุดไหนของห้/

Categories
Uncategorized

แอร์เสียงดัง น้ำแข็งเกาะ ลมไม่ออก

แอร์เสียงดัง น้ำแข็งเกาะ ลมไม่ออก

วิธีการรับมือกับปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะด้วยตัวเอง

ปัญหาแอร์น้ำแข็งเกาะมักเกิดขึ้นที่บริเวณคอยล์เย็นของแอร์ โดยสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุนั้นมีวิธีการรับมือที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะจากน้ำยาของแอร์เกิดการรั่วซึมออกมา สามารถรับมือได้จากการสังเกตปลายท่อที่อาจตันจากน้ำยาของแอร์ที่จับตัวกัน ถ้าหากลองใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดหรือระบายสิ่งที่อุดตันปลาท่อให้น้ำยาแอร์ที่ขังเกิดการระบายตัวออกมาได้สำเร็จก็จะช่วยทำให้แอร์กลับมาเย็นได้อีกครั้ง

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะเกิดจากฝุ่นเกาะหนาที่บริเวณฝาพัดกรงกระรอก ถ้าหากฝุ่นมีปริมาณมากจนลมที่ระบายผ่านมีน้อยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะขึ้นได้เช่นกัน ส่วนวิธีจัดการกับปัญหานี้ก็แสนง่าย เพียงทำความสะอาดฝุ่นให้มีปริมาณน้อยลงก็จะช่วยลดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะได้เป็นอย่างดี

– แอร์มีน้ำแข็งเกาะเพราะน้ำยาแอร์มีน้อย ถ้าหากแอร์มีลมพัดออกมาแรงดีเป็นปกติแต่เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะขึ้น อาจเกิดขึ้นจากน้ำยาแอร์ที่มีน้อยจนเดินไป ทำให้คอยล์เย็นมีน้ำแข็งเกาะขึ้นได้เช่นกัน โดยสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ช่างมาทำการเติมน้ำยาแอร์ให้ใหม่นั่นเอง

กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์มีน้ำแข็งเกาะคือ “แอร์ตัน” ซึ่งจำเป็นที่จะต้องให้ช่างมาทำการตัดล้างแอร์ขนานใหญ่เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าหากฝืนใช้งานต่อไปอาจทำให้ส่วนของตัวคอมเพรสเซอร์แอร์เกิดความเสียหายมากขึ้นในอนาคต

วิธีการรับมือกับแอร์เสียงดังด้วยตัวเอง

คงไม่มีใครอยากให้แอร์ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนของตัวเองส่งเสียงดังชวนน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อใช้แอร์ไปนานๆก็ยากนักที่จะหลีกหนีจากปัญหาแอร์เสียงดังไปได้ แต่ถ้าหากทราบสาเหตุที่นำไปสู่ปัญหาก็รับรองว่าคุณจะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างเหมาะสมอย่างแน่นอน

– แอร์ส่งเสียงดังจากปัญหาใบพัดเสื่อมสภาพ บริเวณที่เป็นตลับลูกปืน หรือที่เรียกกันว่าแบริ่งมอเตอร์ มักเกิดขึ้นจากการที่จาระบีน้ำมันหล่อลื่นภายในแห้ง สามารถแก้ไขได้ด้วยการหยอดจาระบีเข้าไปใหม่ แต่ถ้าหากตลับลูกปืนชำรุดก็ต้องทำการเปลี่ยนใหม่ เพราะไม่อย่างนั้นต่อให้หยอดจาระบีเข้าไปเท่าไหร่ เสียงดังที่เกิดขึ้นก็จะไม่ลดลงเพราะจาระบีเกิดการแห้งตัวอย่างรวดเร็วนั่นเอง

– แอร์ส่งเสียงดังจากการสะสมของฝุ่น มักเกิดขึ้นจากการไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมเช่น แมลง มด ที่เข้าไปทำรังอยู่ภายใน การแก้ปัญหาแอร์ส่งเสียงดังด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องหมั่นทำความสะอาดล้างแอร์บ่อยครั้ง

– แอร์ส่งเสียงดังจากการขันคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่แน่นสนิท หากสังเกตว่าเสียงดังไม่ได้มาจากแอร์ที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในห้อง อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุดังกล่าวได้เช่นกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาก็ไม่ยากเพียงแค่ทำการไขน็อตให้แน่นสนิทเพียงเท่านี้ก็ช่วยหยุดเสียงดังกวนใจได้แล้ว

วิธีรับมือแอร์ลมไม่ออก

– แอร์ลมไม่ออกจากใบพัดหมุนผิดทิศทาง โดยพื้นฐานแล้วการหมุนของใบพัดจะเป็นแบบดักลมเสมอ หากตัวปรับทิศทางทำงานผิดพลาดทำให้การหมุนไม่เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออก ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ไม้ยาวทำการเขี่ยใบพัดให้หมุนไปในทิศทางที่ถูกต้อง

– แอร์ลมไม่ออกจากฝุ่นที่จับตัวที่ตัวกรองอากาศ เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับแอร์ที่ไม่ได้ทำการล้างทำความสะอาดเป็นเวลานาน จนทำให้มีฝุ่นเกาะหนักบังทิศทางการเป่าลมออกไม่เต็มที่ ทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออกขึ้น วิธีการแก้ปัญหานี้ง่ายมากเพียงแค่ทำการถอดตัวฟิลเตอร์แอร์ออกมาล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้งเท่านั้น

– แอร์ลมไม่ออกจากคอล์ยร้อนนอกตัวบ้าน ที่ถูกทิ้งเอาไว้ไม่ได้ทำการล้างทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดสิ่งสกปรกจับตัวแน่นบริเวณใบพัดแอร์ ทำให้แอร์ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องลม และความร้อนภายในห้องที่มากผิดปกติขึ้น ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นล้างคอล์ยร้อนภายในนอกเป็นประจำทุกครั้งเมื่อมีช่างมาทำการล้างแอร์ภายในบ้านนั่นเอง

กรณีที่เลวร้ายที่สุดสาเหตุที่ทำให้แอร์ลมไม่ออกอาจมาจำกัดลมคอล์ยเย็น หรือมอร์เตอร์ชำรุดเสียหาย ในกรณีจำเป็นต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจซ่อมอย่างเหมาะสม และห้ามเปิดใช้แอร์เครื่องนั้นอย่างเด็ดขาดจนกว่าช่างจะทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น

เพียงแค่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาแอร์ลมไม่ออก แอร์ส่งเสียงดัง และแอร์มีน้ำแข็งเกาะได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับวางวิธีการป้องกันอย่างเหมาะสมเสียตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อไม่ให้ปัญหาน้ำแข็งเกาะ ส่งเสียงดังและลมไม่ออกเกิดขึ้น เพียงเท่านี้รับรองว่านอกจากจะช่วยทำให้ภายในห้องของคุณเย็นสบายแล้ว ยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้ยาวนานมากยิ่งขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว

ที่มา : (https://worthen-life.com/air-broken/)

 

Cr. https://www.deepromair.com/article/12/แอร์เสียงดัง-น้ำแข็งเกาะ-ลมไม่ออก-รับมือได้ด้วยวิธีแสนง่ายดังต่อไปนี้